หลายท่านคงจะเคยสงสัยเหมือนผมว่า เผ่าพันมนุษย์เนี่ยเป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่างตายง่ายเสียเหลือเกิน ลองมาคิดดูว่าถ้าเด็กที่เกิดมาแล้วไม่มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดูก็ไม่สามารถเอาชีวิตรอดในโลกนี้ได้ได้ ทัั้งผิวหนังก็บาดเจ็บได้ง่าย วิ่งก็ช้า เขียวเล็บของมนุษย์เราก็เอาไปสู้กับสิ่งมีชีวิตอื่นแทบไม่ได้ แต่ทำไมเผ่าพันธุ์มนุษย์จึงสามารถมีชีวิตรอดจนในธรรมชาติที่แสนโหดร้ายมาได้ จนสามารถขยายเผ่าพันธ์เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดกันล่ะ

“ชาร์ลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน” (Charles Robert Darwin) เป็นนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ดาร์วินได้เสนอทฤษฎีวิวัฒนาการสมัยใหม่ และหลักการพื้นฐานของกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ โดยได้อธิบายถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้ถูกกำหนดขึ้นมาแล้วโดยธรรมชาติ มีการโต้เถียงขึ้นในสังคมเป็นอย่างมากเกี่ยวกับแนวคิดนี้ โดยทฤษฎีวิวัฒนาการสมัยใหม่ได้สั่นคลอนสถาบันศาสนาอย่างรุนแรง ทว่าทฤษฎีที่กลายเป็นมรดกตกทอดมาถึงคนรุ่นหลัง และเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

ผลงานจากแนวความคิดอันโดดเด่นของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้รวบรวมไว้ในหนังสือ 2 เล่มคือ “ออน ดิ ออริจิน ออฟ สปีชีส์” (On the Origin of Species) และ “เดอะ เดสเซนต์ ออฟ แมน” (The Descent of Man) เนื้อหาในผลงานของดาร์วินได้อธิบายถึงแนวคิดของเขา เกี่ยวกับการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และการคัดสรรโดยธรรมชาติไว้ว่า “ทำไมสิ่งมีชีวิตบางชนิดถึงอยู่รอดได้”  และ “ทำไมบางชนิดจึงสูญพันธุ์ไป” รวมไปถึงสิ่งที่เป็นแรงกดดันจากสังคม สิ่งแวดล้อมได้กำหนดรูปร่าง ลักษณะ และพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติได้อย่างไร ซึ่งเวลาผ่านไปอีกเกือบหนึ่งศตวรรษถึงจะมีการค้นพบดีเอ็นเอที่ช่วยอธิบายกลไกดังกล่าวให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

กลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) เป็นขบวนการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยดาร์วินได้กล่าวไว้ว่าประชากรมีหน้าที่ของการสืบพันธุ์ ซึ่งกลไกดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญของวิวัฒนาการ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้เผยแพร่แนวคิดเรื่อง “การคัดเลือกโดยธรรมชาติ” โดยเปรียบเทียบกับ การคัดเลือกโดยมนุษย์ (artificial selection) หรือที่ปัจจุบันเรียกว่า การคัดเลือกพันธุ์ (selective breeding) โดยกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติเป็นขบวนการที่สำคัญในการดำรงเผ่าพันธ์ุ สำหรับการคัดเลือกโดยธรรมชาติเปรียบเสมือนเป็นตะแกรงในการคัดเลือกบางเผ่าพันธฺ์ที่สามารถผ่านไป และดำรงชีวิตบนโลกนี้ได้

ถ้านำทฤษฏีวิวัฒนาการมาปรับใช้กับสังคม ความเชื่อ หรือค่านิยมของสังคมปัจจุบันก็อาจเปรียบเสมือนวัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดต่อๆ กันมา และอาจจะรวมถึงข้อมูลที่อยู่ในยีนก็จะถูกถ่ายทอดจากบรรพบุรุษไปสู่ลูกหลานให้เป็นไปในรูปแบบของมันในรูปแบบวิวัฒนาการที่ดีขึ้น โดยวิวัฒนาการนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าตัวเรานั้นจะเป็นผู้กำหนด และนำมาปรับเปลี่ยนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากผู้คนมีความเข้าใจในทฤษฏีวิวัฒนาการนี้จะสามารถนำทฤษฏีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการกำเนิดชีวิตในสังคมให้สมบูรณ์แบบ

ทฤษฏีวิวัฒนา
ทฤษฏีวิวัฒนา (Evolution Theory)

ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้กล่าวถึงทฤษฎีวิวัฒนาการไว้โดยสังเขปดังนี้

1. สิ่งมีชีวิตทั้งปวงรวมถึงมนุษย์ได้กำเนิดขึ้นจากปฏิกิริยาของสสารโดยความบังเอิญ ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์ทางชีวเคมีล้วนๆ โดยไม่มีสิ่งที่เป็นนามธรรมอื่นใดรวมอยู่ด้วย ไม่มีทั้งวิญญาณ จิตใจ หรือพระเจ้าอยู่เบิ้องหลังแต่อย่างใด
2. รูปแบบสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการมาจากการปรับตัวเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกินเวลายาวนานหลายล้านปี
3. การวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตมีความมุ่งหมายเพียงเพื่อการอยู่รอดและสืบพันธุ์ให้เผ่าพันธุ์ของตนดำรงอยู่ต่อไป
4. กฎการเลือกสรรโดยธรรมชาติได้กำหนดให้สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ดีกว่า และแข็งแกร่งกว่าเท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดได้ ส่วนผู้ด้อยกว่าย่อมถูกกำจัดทิ้งให้สูญพันธุ์ไปในที่สุด

โดยดาร์วินมองว่ามนุษย์ก็คือสัตว์สปีชีส์หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตสุดประเสริฐกว่าเผ่าพันธุ์อื่นที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของพระเจ้าอย่างที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นเชื่อถือกันแต่ประการใด ซึ่งถ้าวันหนึ่งมนุษย์ไม่มีการปรับตัวก็อาจจะสูญพันธ์ุไปจากโลกนี้ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ต่างจากสัตว์ที่ได้สูญพันธ์ุไปแล้วในอดีต

หัวกะโหลกมนุษย์ (Human Skull)
หัวกะโหลกมนุษย์หลากหลายยุคสมัย (Human Skull) จัดแสดงในวิทยาอเมริกัน (เอเอฟพี)

ดาร์วินยังได้แสดงให้เห็นว่า สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดแตกสายวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน หรือที่เรียกว่า “ทรี ออฟ ไลฟ์” (tree of life) ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของศาสตร์ด้านชีววิทยา และก่อให้เกิดการศึกษาค้นคว้า และการค้นพบสิ่งใหม่ในทางวิทยาศาสตร์มากมายตามมาในภายหลัง ตั้งแต่ในเรื่องของพันธุกรรม วิวัฒนาการทางจิตวิทยา เรื่อยไปจนถึงหุ่นยนต์ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง (AI)

เต่ายักษ์กาลาปากอส
เต่ายักษ์กาลาปากอส บนหมู่เกาะกาลาปากอส ประเทศเอกวาดอร์ (เอเอฟพี)

กล่าวโดยสรุปแล้วกฏการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection) ได้บ่งบอกว่าผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจะเป็นผู้ที่อยู่รอดได้ โดยธรรมชาติจะตัดผู้ที่อ่อนแอทางยีนส์ด้านต่างๆ ออกจากสังคมไป เปรียบเสมือนการใช้ชีวิตของคนเราที่ควรจะใช้ไม้แข็งและไม้อ่อนตามสถานการณ์นะครับ ดังคำพูดของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ที่ว่า “ในการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด สิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีที่สุดจะเป็นผู้มีชัยและขยายเผ่าพันธุ์ดำรงอยู่ต่อไปได้” จะเห็นได้ว่าแม้สิ่งที่ดาร์วินพบไม่ได้เป็นแค่เพียงทฤษฎีเท่านั้น แต่นั้นก็เป็นกฏพื้นฐานแห่งธรรมชาติเสมอมาด