โรคซึมเศร้า (depressive disorder) เป็นความเจ็บป่วยที่พบได้บ่อยและถือว่าโรคที่ร้ายแรง เพราะสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และความรู้สึกของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โชคดีที่ปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาได้ ในภาวะซึมเศร้าทำให้เกิดความรู้สึกเศร้าหรือสูญเสียความรู้สึกในกิจกรรมที่เคยมีความสุข อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ได้อีกมากมาย ทั้งทางอารมณ์และทางกายภาพ และสามารถลดความสามารถของบุคคลในการทำงาน ทั้งในที่ทำงานและที่บ้านได้

“อยู่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ความเศร้าและความสิ้นหวังก็เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล”

โรคซึมเศร้า
ความเครียด และความกดดันเป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้า

อาการของโรค ผู้ป่วยอาจรู้สึกเศร้า สิ้นหวัง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือรู้สึกว่าตนด้อยค่า จนถึงขึ้นอยากฆ่าตัวตาย โดยความรู้สึกและอารมณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยอาการของโรคซึมเศร้าอาจมีความรุนแรงและรูปแบบที่แตกต่างกัน

  • รู้สึกเศร้าหรือมีอารมณ์หดหู่
  • การสูญเสียความสุขในกิจกรรมที่เคยทำแล้วมีความสุข
  • การเปลี่ยนแปลงความอยากอาหาร – น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ปัญหานอนไม่หลับหรือนอนหลับมากเกินไป
  • การสูญเสียพลังงานหรือความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้น
  • ไม่สามารถควบคุมร่างกายดั่งใจ เช่น การเกร็งที่กล้ามเนื้อหรือพลัดตก หกล้ม หรือการเคลื่อนไหวและการพูดช้าลง
  • รู้สึกไร้ค่าหรือผิด โทษตัวเอง
  • รู้สึกสับสนวุ่นวาย
  • ความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายโรคซึมเศร้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง และโรคซึมเศร้าเรื้อรัง ในที่นี้จะกล่าวถึงชนิดเรื้อรังเพียงโดยสังเขปด้านล่าง ส่วนบทความทั้งหมดจะเน้นไปที่โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงเท่านั้นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง (Major Depression) เป็นอาการซึมเศร้าอย่างที่ส่งผลกระทบถึงชีวิตการทำงานหรือการเรียน รวมไปถึงการนอนหลับและการกินอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุขอย่างรุนแรงโรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Persistent Depressive Disorder) แม้จะมีอาการและความรุนแรงของอาการน้อยกว่า แต่ภาวะซึมเศร้าชนิดนี้จะคงอยู่กับผู้ป่วยยาวนานกว่ามาก เป็นเวลาอย่างน้อยตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังก็อาจมีบางช่วงเวลาที่ต้องเผชิญภาวะซึมเศร้าชนิดรุนแรงร่วมด้วย

โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เหมือนกับโรคอื่นๆ เช่น ไข้หวัด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

การป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้นั้นจะเป็นคนที่อ่อนแอ  ล้มเหลว หรือไร้ซึ่งความสามารถ เป็นแต่เพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง

โรคซึมเศร้า
ความเครียด และความกดดันที่มากพอจะทำให้คนเราเป็นโรคซึมเศร้าที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น

การรักษาโรคซึมเศร้าในปัจจุบัน หลัก ๆ มีด้วยกัน 3 วิธี คือ การใช้ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants) การพูดคุยบำบัดทางจิต (Psychotherapy) และการกระตุ้นเซลล์สมองและประสาท (Brain Stimulation Therapies)

สรุปคือ โรคซึมเศร้า สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการรักษาทางจิตใจ และการรักษาด้วยยาหลายชนิดแตกต่างกันออกไป โดยที่แต่ละคนจะตอบสนองต่อการรักษาแต่ละชนิดไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องการการรักษาหลายวิธีร่วมกัน การรักษาด้วยยาจะทำให้อาการของโรคดีขึ้นเร็ว ในขณะที่การรักษาทางจิตใจจะช่วยให้คุณเหมือนมี “ภูมิคุ้มกัน”

ส่วนใหญ่แล้วการรักษาโรคซึมเศร้านั้น ไม่จำเป็นต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล

ในปัจจุบันยารักษาโรคซึมเศร้าแบ่งออกได้หลายกลุ่ม ตามลักษณะโครงสร้างทางเคมีและการออกฤทธิ์ คือ

  • กลุ่ม tricyclic (คือยาที่มีโครงสร้างทางเคมีสามวง)
  • กลุ่ม monoamine oxidase inhibitors เรียกย่อๆ ว่า MAOI
  • กลุ่ม SSRI (serotonin-specific reuptake inhibitor)

การตรวจวินิจฉัยโรคซึมเศร้า
แพทย์มักวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยการพูดคุยสอบถามถึงอาการ ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้ป่วยว่าเข้าข่ายภาวะซึมเศร้าหรือไม่ มีความรุนแรงระดับใด โดยใช้ชุดคำถามมาตรฐานในการตรวจสอบ จากนั้นหากเข้าข่ายจะตรวจร่างกาย เช่น ตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าภาวะซึมเศร้าที่สงสัยไม่ได้เป็นเกิดจากโรคอื่น ๆ เนื่องจากการรักษาที่โรคต้นเหตุจะเป็นการรักษาภาวะซึมเศร้าโดยตรง แล้วพิจารณาถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมในขั้นต่อไป

ค่าใช้จ่ายรักษาโรคซึมเศร้า
ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคซึมเศร้านั้นไม่ได้สูงมากอย่างที่ใครหลายคนคิด หากรักษาในโรงพยาบาลของรัฐฯ ผู้เขียนเองก็เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชลประทาน ค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งเพียง 100-300 บาท ต่อครั้งเท่านั้น

ภาวะแทรกซ้อนของโรคซึมเศร้า
ภาวะทางจิตใจที่ย่ำแย่สามารถส่งผลในหลายด้าน ทั้งทางร่างกาย พฤติกรรม และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ในที่สุด เป็นเหตุให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติของร่างกาย เช่น เจ็บปวดตามส่วนต่าง ๆ รอบเดือนผิดปกติ มีปัญหาทางเพศ ปัญหาด้านการนอนหลับ พฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ น้ำหนักเกิน และนำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ และโรคเบาหวานตามมาในที่สุด

การป้องกันโรคซึมเศร้า
ภาวะซึมเศร้าไม่มีวิธีการป้องกันที่แน่นอน เนื่องจากสาเหตุอาจเกิดจากโรคบางประการ เช่น ความผิดปกติในสมอง อาการเจ็บป่วย หรือการใช้ยาที่เกิดภาวะซึมเศร้าแทรกซ้อนได้ ถือว่าเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม แต่การสร้างพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดีด้วยการเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกาย การรักษาสภาวะอารมณ์ให้แจ่มใสด้วยการทำกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานและผ่อนคลาย นับเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะซึมเศร้าได้

อาการซึมเศร้าในผู้หญิง โรคซึมเศร้ามักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องมาจากปัจจัยทางด้านชีวภาพ ฮอร์โมน และด้านจิตวิทยาที่ต่างกัน โดยผู้หญิงมักแสดงอาการในลักษณะของอารมณ์เศร้า เกิดความรู้สึกผิด รู้สึกไร้ค่า ภาวะซึมเศร้าในผู้หญิงนี้สามารถได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนระหว่างการมีรอบเดือน วัยหมดประจำเดือน และหลังการคลอดบุตรได้ด้วย

อาการซึมเศร้าในวัยรุ่น ภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นมักสังเกตได้จากการบึ้งตึง หงุดหงิดง่าย มองโลกในแง่ร้าย รู้สึกไม่ได้รับการเข้าใจ มีปัญหาการเรียน อาการจากภาวะซึมเศร้าอาจคล้ายคลึงกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติในวัยรุ่น ให้สังเกตว่ามีอาการดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ รวมถึงระดับความรุนแรงของอาการหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากปกติ นอกจากนี้ วัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอาจมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น วิตกกังวล กินมากกว่าปกติ หรือการใช้สารเสพติด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยิ่งจะทำให้ชีวิตเราแย่ลง

อาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุ มักแสดงอาการของภาวะซึมเศร้าทางด้านร่างกายมากกว่าทางอารมณ์หรืออาการซึมเศร้าโดยทั่วไป เช่น เจ็บปวดตามร่างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ เหนื่อยล้า มีปัญหาในการนอนหลับและการจดจำ หงุดหงิดง่ายขี้บ่น รวมถึงอาจมีอาการเพิกเฉยต่อลักษณะทางภายนอกของตนเอง ไม่ดูแลตัวเอง และไม่ยอมรับประทานยารักษาโรคประจำตัวที่เป็นอยู่

สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี 24 ชั่วโมง

ผู้ที่สงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดอาจเสี่ยงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี 24 ชั่วโมง หรือรีบพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ

ทั้งนี้เพื่อนและครอบครัวมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ข้ามผ่านช่วงเวลายากลำบากที่เสี่ยงต่อการเผชิญภาวะซึมเศร้า และหากปรากฏสัญญาณระยะแรกเริ่มของภาวะซึมเศร้าก็ควรรับการรักษาทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ส่วนผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคนี้มาก่อน อาจป้องกันการกลับไปเผชิญภาวะซึมเศร้าอีกครั้งได้ด้วยการรักษาแบบดูอาการระยะยาว