โรคแพนิค (Panic Disorder) คืออาการตื่นตระหนกที่แพทย์มักจะหาสาเหตุไม่ได้ โดยที่ผู้ป่วยจะมีความทุกข์ทรมานจากอาการวิตกกังวลซึ่งสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ โดยอาการเหล่านั้นจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ ซึ่งผู้ป่วยโรคแพนิคจะมีอาการตกใจอย่างรุนแรง (Panic Attacks) แม้ว่าตัวเองไม่ได้เผชิญหน้าอยู่ในสถานการณ์อันตรายเลยก็ตาม โดยอาการแพนิคสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอันส่งผลให้ผู้ป่วยโรคแพนิครู้สึกกลัวเนื่องจากไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ตามปกติ

อาการของโรคแพนิคจะมีอาการใกล้เคียงกับโรคหัวใจและไทรอยด์ ดังนั้นควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อยืนยันโรคให้แน่ชัดว่าเป็นอาการของโรคใดกันแน่ และห้ามซื้อยามาทานเองโดยเด็ดขาด

อาการหลักของโรคแพนิค คืออาการตกใจกลัวอย่างรุนแรงที่เรียกว่าอาการแพนิคสามารถเกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ และจะมีอาการอยู่ประมาณ 5-30 นาที โดยอาการนี้จะเกิดขึ้นกะทันหัน รวมทั้งเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แพนิคเป็นอาการที่รุนแรงกว่าความรู้สึกเครียดทั่วไปทำให้ผู้ป่วยกลัวที่จะเกิดอาการแพนิคซ้ำอีก บางท่านกังวลกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากอาการกลัวว่าตัวเองจะตาย หรือกลัวเกิดอาการซ้ำในที่สาธารณะจนหลีกเลี่ยงการออกไปไหนมาไหน โดยอาการของแพนิคมีได้หลายๆ อย่าง ได้แก่ ใจสั่น เหงื่อแตก มือเท้าชา หายใจไม่อิ่มหรือรู้สึกมีก้อนจุกที่คอ แน่นหน้าอก เวียนหัว คลื่นไส้ มวนท้อง มีความรู้สึกภายในแปลกๆ เช่น รู้สึกมึนงงคล้ายจะเป็นลม รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย รู้สึกหวิวๆ ลอยๆ คล้ายอยู่ในฝัน โดยที่จะมีอาการหลายๆ อย่างดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน แต่ไม่จำเป็นต้องมีทุกอาการ

โดยผู้ป่วยโรคแพนิคจะเกิดอาการ ดังนี้

  1. หัวใจเต้นเร็ว
  2. หายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนขาดอากาศ
  3. หวาดกลัวอย่างรุนแรงจนร่างกายขยับไม่ได้
  4. เวียนศีรษะหรือรู้สึกคลื่นไส้
  5. เหงื่อออกและมือเท้าสั่น
  6. รู้สึกหอบและเจ็บหน้าอก
  7. รู้สึกร้อนวูบวาบ หรือหนาวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
  8. เกิดอาการเหน็บคล้ายเข็มทิ่มที่นิ้วมือหรือเท้า
  9. วิตกกังวลหรือหวาดกลัวว่าจะตาย รวมทั้งรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้
  10. กังวลว่าจะมีเหตุการณ์อันตรายเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ผู้ที่เกิดอาการแพนิคควรพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาการแพนิคถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง ผู้ที่เกิดอาการดังกล่าวจะจัดการตัวเองได้ยาก ทั้งนี้หากไม่ได้รับการรักษาให้หาย อาการจะแย่ลงเรื่อยๆ

โรคแพนิค
ผู้ป่วยเป็นโรคแพนิคมักจะมีอาการใจสั่นเหมือนหัวใจจะวาย และเจ็บที่หน้าอก

ในบางเคสมีอาการเหมือนหัวใจจะวาย เมื่อญาตินำส่งโรงพยาบาลกลับอาการดังกล่าวกลับหายไป และตรวจไม่พบอาการผิดปกติใดๆ เลย

ใจสั่นใจหวิว เป็นโรคแพนิคหรือเปล่า?

ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ และอาการแสดงของโรคแพนิค
ถ้าไม่รักษา โรคแพนิคสามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแอได้ ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจมีพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงอย่างรุนแรงในบางครั้ง ซึ่งสามารถนำไปสู่ความกลัวที่อาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่สัมพันธ์กับอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรง เช่น ถ้าบุคคลมีอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรงในลิฟต์ อาจจะทำให้บุคคลนั้นหลีกเลี่ยงที่จะใช้ลิฟต์และเกิดอาการกลัวลิฟต์ในภายหลัง ในกรณีที่รุนแรง โดยส่วนมากผู้ป่วยที่เป็นโรคแพนิคจะมีอาการของ Agoraphobia กลัวและไม่กล้าไปไหนคนเดียว กลัวสถานที่หรือสถานการณ์ที่การหลบหนีอาจเป็นเรื่องยาก โรคนี้อาจทำให้ผู้ป่วยเก็บตัวอยู่ในบ้านหรือในอาคารตลอดเวลา

โรคแพนิค
โรคแพนิคจะทำให้เกิดความกังวล และส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ต่อไป

โรคแพนิคอาจนำไปสู่ภาวะต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • โรคซึมเศร้า และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการฆ่าตัวตาย
  • การติดสารเสพติด
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยารักษาโรค
  • ปัญหากับที่ทำงานหรือกับทางโรงเรียน
  • การวินิจฉัยและการรักษาโรคแพนิค

ในการตรวจว่าคุณเป็นโรคแพนิคหรือไม่ แพทย์ประจำตัวของคุณจะตรวจร่างกายและตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุของอาการแสดงต่างๆ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับระบบไทรอยด์ นอกจากนี้ แพทย์ของคุณจะให้คุณทำแบบทดสอบทางจิตวิทยา อาจจะมีแบบทดสอบเกี่ยวกับสุขภาพจิตหรือให้คุณพบกับนักจิตวิทยามืออาชีพเพื่อวินิจฉัยอาการของคุณ เป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรรู้และจดบันทึกอาการแสดงต่างๆ ของคุณเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำ

โรคแพนิคเกิดจากอะไร?
สาเหตุการเกิดโรคแพนิคนั้นมีสมมติฐานที่อธิบายหลายอย่าง ประกอบด้วยสาเหตุทางพันธุกรรม ความไม่สมดุลย์ของสารเคมีในสมอง การเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจในอดีต รวมทั้งความเครียดในปัจจุบัน ทำให้เกิดสัญญาณหลอก (false alarm) ราวกับว่าร่างกายกำลังเผชิญหน้ากับอันตราย ร่างกายจึงหลั่งสารเคมีและฮอร์โมนบางตัวออกมาในปริมาณที่มากกว่าปกติทำให้เกิดอาการดังกล่าว

โรคแพนิคมักพบได้บ่อยในวัยรุ่นตอนปลายหรือผู้ที่ย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยผู้หญิงจะป่วยมากกว่าผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกิดอาการแพนิคไม่ได้ป่วยเป็นโรคแพนิคทุกราย เนื่องจากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นและหายไปเมื่อเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดอาการแพนิคจบลงหรือผ่านพ้นไปแล้ว ต่างจากผู้ป่วยโรคแพนิคที่มักเกิดอาการแพนิคหรือตื่นตระหนกอยู่เสมอเป็นเวลายาวนาน รวมทั้งมักมีปัญหาสุขภาพจิตอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น โรคซึมเศร้า หรือใช้สารเสพติดอื่นๆ

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคทางกายหรือเป็นแพนิค เนื่องจากอาการหลายๆ อย่างของโรคแพนิคนั้นสามารถเกิดได้จากโรคทางกายอื่นๆ เช่นอาการแน่นหน้าอกจากโรคหัวใจหรือโรคปอด อาการใจสั่นหน้ามืดจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือเกิดจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด รวมทั้งยาเสพติดและคาเฟอีน ดังนั้นเมื่อเกิดอาการขึ้นเป็นครั้งแรก หรือเมื่อไม่แน่ใจในสาเหตุของอาการ ควรพบแพทย์เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยให้ถูกต้องก่อนว่าอาการไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่น และถ้าไม่แน่ใจหรืออาการเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ อาจต้องมาพบแพทย์ที่หน่วยฉุกเฉินเพื่อตรวจรักษา

เป็นแล้วจะรักษาอย่างไร?
การรักษาโรคแพนิคควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช โดยที่การรักษาจะใช้การผสมผสานระหว่างการให้ยาเพื่อลดอาการแพนิค และให้ยาเพื่อคุมอาการในกรณีที่มีอาการมาก ร่วมกับการรักษาทางจิตสังคม เช่นการทำพฤติกรรมบำบัด การผึกการผ่อนคลาย หรือการทำจิตบำบัด นอกจากนี้ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจรักษาภาวะทางกายหรือจิตเวชอื่นๆ ที่อาจจะพบร่วมกับโรคแพนิคได้ เช่นโรคหัวใจ โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลชนิดอื่นๆ รวมทั้งการติดสุราหรือสารเสพติดอื่นๆ เมื่อรักษาด้วยยาคุมอาการ อาจจะมีความจำเป็นต้องรับประทานยาต่อเนื่องหลายเดือนขึ้นอยู่กับอาการและการตอบสนองต่อยา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถหยุดยาได้ในที่สุดแต่บางส่วนจะมีอาการกลับมาเป็นซ้ำอีกโดยเฉพาะเมื่อมีภาวะเครียดเกิดขึ้น

ผู้ป่วยโรคแพนิคควรดูแลตนเองอย่างไร?

  1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คนไข้อาจไม่กล้าทำ เพราะคิดว่าจะยิ่งทำให้ใจสั่นเวลาเหนื่อย แต่ที่จริงแล้วการออกกำลังกลับทำให้ระบบหัวใจ และปอดทำงานสมดุลขึ้น
  2. พักผ่อนอย่างเพียงพอและมีสุขลักษณะการนอนที่ดี หากอดนอนโรคจะกำเริบง่าย
  3. งดใช้คาเฟอีน (ชา กาแฟ ชาเขียว เครื่องดื่มชุกำลัง) สุรา และสารเสพติด เพราะอาจมีฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดแพนิค
  4. การผึกการผ่อนคลายด้วยวิธีเหล่านี้ โดยต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอและใช้เวลาอย่างน้อยครั้งละ 15-20 นาที
  5. การฝึกหายใจเข้าออกช้าๆ การฝึกสมาธิ หรือเดินจงกรม
  6. การฝึกจินตนาการเพื่อการผ่อนคลาย โดยอาจใช้ฟังเพลงช่วย
  7. การได้ปรึกษาหรือระบายปัญหากับผู้ที่ตนไว้ใจหรือศรัทธา หรือใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต
  8. การจัดการกับความเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่นศึกษาธรรมะ หรือทำงานอดิเรกที่ผ่อนคลาย
  9. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา และแจ้งให้แพทย์ทราบเมื่อมีอาการเกิดขึ้นหลังจากใช้ยา
  10. เวลาเป็นแพนิค อย่าเพิ่งตกใจ อย่าคิดต่อเนื่องไปว่าจะป่วยหนักหรือจะหัวใจวายตาย เพราะจะยิ่งทำให้เครียดและ ยิ่งเป็นมากขึ้น ให้นั่งพักและรออาการสงบไป ซึ่งจะหายไปเองเหมือนครั้งก่อนๆที่เคยเป็น หรือรับประทานยาที่แพทย์ให้ไว้ใช้เวลาที่เกิดอาการแล้วพักสักครู่รอยาออกฤทธิ์ ขอให้มั่นใจว่าไม่เคยมีใครตายจากโรคแพนิค มีแต่คนที่เป็นแล้วคิดมากจนไม่มีความสุข เลยไม่หายและยิ่งเป็นบ่อยๆ

สาเหตุของโรคแพนิค

สาเหตุของโรคแพนิคยากจะระบุได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคแพนิคอาจเกิดจากปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางสุขภาพจิต ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
ปัจจัยทางกายภาพ ผู้ป่วยโรคแพนิคอาจได้รับผลกระทบ ซึ่งประกอบด้วยการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ความผิดปกติของสมอง และการได้รับสารเคมีต่าง ๆ ดังนี้
1. การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่บุคคลในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคแพนิคหรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ โดยบุคคลนั้นมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ใกล้ชิดกันมาก ก็เสี่ยงป่วยเป็นโรคแพนิคได้ โดยผู้ป่วยอาจได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อหรือแม่ หรือได้รับจากทั้งพ่อและแม่
2. ความผิดปกติของสมอง โดยทั่วไปแล้ว สมองจะมีสารเคมีที่เรียกว่าสารสื่อประสาท หากสารสื่อประสาทภายในสมองไม่สมดุล อาจทำให้เกิดอาการแพนิคได้ ทั้งนี้ โรคแพนิคอาจเกิดจากการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการตอบสนองแบบสู้หรือหนีของร่างกาย (Fight or Flight) เนื่องจากหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อันตราย
3. การได้รับสารเคมีต่าง ๆ ผู้ที่ใช้สารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ อาจป่วยเป็นโรคแพนิคได้ ทั้งนี้ นักวิจัยบางรายยังสันนิษฐานว่าโรคแพนิคอาจเกี่ยวข้องกับความไวของระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กล่าวคือ เมื่อสูดอากาศที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปมาก ก็จะกระตุ้นให้เกิดอาการแพนิคได้ อย่างไรก็ตาม การหายใจให้ถูกวิธีจะช่วยบรรเทาอาการแพนิคให้หายหรือทุเลาลงได้

ปัจจัยทางสุขภาพจิต เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในชีวิตส่งผลให้เกิดโรคแพนิคได้ โดยเฉพาะการสูญเสียหรือพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกี่ยวเนื่องกับอาการแพนิค ผู้ป่วยจะรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หรืออาจเกิดอาการดังกล่าวต่อไปเรื่อย ๆ ยาวนานเป็นปี จนนำไปสู่การป่วยเป็นโรคแพนิค นอกจากนี้ ผู้ที่เกิดอาการแพนิคมีแนวโน้มที่จะคิดว่าอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์อันตรายต่าง ๆ เช่น ผู้ที่เกิดอาการใจสั่นจากการดื่มกาแฟ จะคิดว่าอาการใจสั่นนั้นเกิดจากอาการหวาดกลัว

สิ่งหนึ่งที่หลายท่านมักกังวลคือการไปพบจิตแพทย์ กลัวจะทำตัวไม่ถูก, กลัวคนหาว่าเป็นบ้า, กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
จากประสบการณ์ผมขอยืนยันว่า การไปพบจิตแพทย์นั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ
ค่าใช้จ่ายในการรักษา: สิทธิ์บัตรทอง หรือ ประกันสังคมรักษาฟรี
รพ. รัฐบาล จ่ายเอง ค่าหมอประมาณ 80-180 บาท ค่ายาหลักร้อย แล้วแต่ปริมาณและตัวยาที่จ่าย
รพ. เอกชน ค่าแพทย์และยา 1000-3000บาท/ครั้ง

อ่านต่อ: การวินิจฉัยโรคแพนิคและการรักษา