คุณเคยลืมว่าวางกุญแจรถไว้ที่ไหน ลืมว่าจะต้องทำอะไรรึเปล่า ซึ่งบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นปกติ แต่กลับลืมสิ่งเหล่านั้นไปเฉยๆ เลย ความจริงแล้วอาการขี้หลงขี้ลืมก็มีกันอยู่ทุกคนนะครับ บางครั้งสาเหตุก็จะมาจากการที่เราไม่มีสมาธิจดจ่อกับการทำสิ่งนั้น หรือทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน แต่บางคนที่อายุเพิ่มขึ้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เรากลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืม และอาจจะเป็นโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์นั้นเอง

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) เป็นภาวะสมองเสื่อมชนิดที่พบได้มากที่สุดในโลก เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนที่ควบคุมความคิด ความทรงจำ และการสื่อสาร อาการของโรคจะเริ่มจากการหลงลืมที่ไม่รุนแรงนักจนหลงลืมมากขึ้นลงเรื่อยๆ อาจถึงขั้นไม่สามารถสนทนาโต้ตอบหรือมีการตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง ผู้ป่วยมักมีอาการความจำเสื่อม หลงลืม มีพฤติกรรมและนิสัยเปลี่ยนไป โรคอัลไซเมอร์จะพบในผู้สูงอายุ หากคุณสงสัยว่าคุณหรือคนรอบข้างกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง ลองสังเกตดู 9 สัญญาณเตือนภัยดังต่อไปนี้ เพราะมันจะบ่งบอกว่าคุณอาจจะกำลังเป็นอัลไซเมอร์อยู่หรือไม่

1. ขี้หลงขี้ลืม
หนึ่งในสัญญาณเบื้องต้นของโรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะการลืมสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้ได้ไม่นาน รวมถึงการลืมวันที่หรือเหตุการณ์สำคัญ ถามคำถามเดิมซ้ำๆ ต้องอาศัยสิ่งช่วยจำ เช่น สมุดจด หรือบุคคลในครอบครัวคอยช่วยเหลือ นอกจากนี้อาจมีอาการสอบถามข้อมูลเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้อาจไม่รวมถึงอาการลืมเพียงชั่วคราวซึ่งสามารถนึกขึ้นได้ในภายหลัง

2. มีปัญหากับการวางแผนหรือการแก้ไขปัญหา
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางคนอาจไม่สามารถคิดหรือทำงานตามแผนซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวเลข เช่น มีปัญหากับการทำอาหารตามสูตรที่คุ้นเคย การจัดการหรือติดตามบิลค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยจะใช้เวลาทำสิ่งดังกล่าวนานกว่าแต่ก่อน

3. สูญเสียความสามารถ
ผู้สูงอายุที่มีภาวะอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่มีปัญหาในการทำสิ่งที่เคยทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น บางครั้งอาจมีปัญหาในการขับรถไปในที่ที่คุ้นเคยหรือไปมาแล้วบ่อยๆ มีปัญหาในการจัดการงบประมาณการเงิน การบัญชี หรือจำกฎกติกาของเกมส์ที่เล่นกันอยู่บ่อยๆ ไม่ได้ เป็นต้น

4. เข้าใจอะไรยากขึ้น
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ บางคนอาจมีปัญหากับการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือได้ยากขึ้น การวัดระยะทางหรือการมองเห็นสีหรือความเข้มสีเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อการขับรถได้

5. สับสนกับเวลาหรือสถานที่
หากคุณมักลืมวันที่ เวลา หรือฤดูกาลโดยต้องไม่ใช่การสับสนเพียงชั่วคราวแล้วนึกขึ้นได้ในภายหลัง เช่น นั่งรอห้านาทีก็จะคิดว่านั่งรอมาห้าชั่วโมง ให้สันนิษฐานได้เลยว่าคุณมีแนวโน้มที่จะเป็น โรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีปัญหากับการเข้าใจบางสิ่งหากสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็น ณ ขณะนั้นเลย อีกทั้งอาจลืมว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใดและเดินทางมายังสถานที่นั้นได้อย่างไร บางครั้งอาจจะลืมของไว้ในที่ที่ไม่ควรวางหรือเก็บไว้ และไม่สามารถย้อนนึกกลับไปได้ว่าวางไว้ที่ใด เช่น เก็บรองเท้าไว้ในตู้เย็นเลย

6. วางของไม่เป็นที่เป็นทาง
หากคุณมักวางสิ่งของไว้ต่างจากบริเวณที่เคยวางและหาสิ่งนั้นไม่เจอเมื่อต้องการใช้ หรือในบางครั้งอาจกล่าวหาว่าคนอื่นขโมยไป เช่น เอากระเป๋าตังค์ไปใส่ไว้ในตู้เย็น เอาช้อนส้อมไปใส่ไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า โดยไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิด และยังใช้ชีวิตปกติทั้งที่ข้าวของยังวางผิดที่ พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณมีโอกาสที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์

7. การตัดสินใจแย่ลง
ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ มักจะมีการตัดสินใจหรือใช้ดุลยพินิจไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ตัดสินใจในเรื่องของการใช้จ่ายสิ่งต่าง ๆ ไปอย่างไม่คุ้มค่า หากเซลล์แมนมาขายของที่หน้าบ้านก็จะซื้อทันที ซึ่งจะต่างจากแต่ก่อนที่จะไม่ซื้อของพวกนี้เลย หรืออาจจะไม่ใช้จ่ายอะไรง่ายๆ ขาดการคิดอย่างรอบคอบเมื่อต้องตัดสินใจทำบางสิ่งซึ่งข้อนี้มักจะนำไปสู่ปัญหาด้านการเงินด้วย คือใช้จ่ายแบบไม่คิด ใช้เงินโดยไม่คำนวณ ไม่มีการออมไว้เหมือนแต่ก่อน รวมถึงอาจละเลยในการดูแลตนเองโดยเฉพาะการทำความสะอาดร่างกาย

8. ไม่สนใจสิ่งที่ชอบ
คนที่เป็น อัลไซเมอร์ มักจะนำตัวเองออกห่างจากสังคม งาน กีฬา หรือแม้แต่งานอดิเรกที่ตนเคยสนใจ ซึ่งหากคุณมีอาการดังกล่าวเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน นี่อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเป็นโรคอัลไซเมอร์

9. อารมณ์แปรปรวน นิสัยเปลี่ยนไป
ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ มักจะมีนิสัยหรืออารมณ์แตกต่างจากเดิม โดยอาจรู้สึกสับสน วิตกกังวล กลัวหรือมีอาการซึมเศร้า อีกทั้งรู้สึกฉุนเฉียวง่ายโดยอาจจะแสดงอาการดังกล่าวกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงาน

จากที่กล่าวไปข้างต้นจะเห็นได้ว่าโรคอัลไซเมอร์ไม่เพียงแต่ทำให้คุณใช้ชีวิตได้ลำบากขึ้นเท่านั้น แต่อาจสร้างความรำคาญใจแก่คนรอบข้างได้ ดังนั้นหากคุณลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีอาการตามที่กล่าวไว้ข้างต้นหลายข้อ ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อที่จะทำการวินิจฉัยและรักษาให้ทันท่วงที