เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเด็กบางคนเกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่างแต่กลับมีปัญหาในชีวิต เข้ากับคนอื่นไม่ได้ อันเป็นภาวะที่เรียกว่า “โรคสำลักความรัก” เป็นผลมาจากพ่อแม่ปรนเปรอลูกมากเกินไปจนกลายเป็นรังแกลูกโดยไม่รู้ตัว เมื่อพ่อแม่รักและให้ลูกมากเกินไปจนลูกเป็นโรคสำลักความรัก อันเนื่องมาจากการให้ความรักที่ผิดวิธี ปรนเปรอให้ลูกทุกอย่างเท่าที่จะทำให้ได้

พ่อแม่บางท่านอาจจะเป็นผู้ที่มีความมั่งคั่ง หรือมีการศึกษาที่สูง แต่กลับเลี้ยงให้ลูกมีทุนชีวิตต่ำ ปรนเปรอลูกอย่างเต็มที่ สามารถให้ลูกได้ทุกอย่าง เช่น เช่าคอนโดห้องใหญ่ ซื้อรถคันหรู ให้เงินมากๆ ทำให้ทุกอย่าง จนทำให้ลูกนิสัยเสีย เอาแต่ใจ และลูกไม่สามารถเข้าสังคมได้ เพราะเด็กจะนึกถึงแต่ตัวเอง ทำอะไรเพื่อตัวเอง ไม่สนใจคนอื่นๆ รอบข้าง การปรนเปรอลูกเต็มที่ไม่ได้หมายความว่าลูกจะเป็นคนดีนะครับ ซึ่งจะทำให้ทักษะการใช้ชีวิตของลูกคุณลดลง โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม อย่างนี้ทำให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ลำบาก ดังนั้นจึงควรจะสอนลูกให้ไม่คิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้น แต่ต้องให้คิดถึงคนอื่นๆ ด้วย

ทุนชีวิตคือ ทักษะชีวิต+จิตสำนึกต่อตนเอง สังคม ถ้าเลี้ยงลูกมีทักษะชีวิต จิตสำนึก ทั้งต่อตนเองและสังคมต่ำ จะเกิดสภาวะพฤติกรรมเสี่ยงในเด็ก สารพัดรูปแบบเลย ซึ่งกระบวนการพัฒนาลูกหลาน มีทั้งบทบาททางกายภาพ สภาวะทางจิตใจ บทบาทในสังคม มีทักษะชีวิต และจิตสำนึกทั้งต่อตนเองและสังคม

หากพ่อแม่ไม่อาจทนเห็นลูกช่วยเหลือตนเองได้ หรือหวังดีไม่อยากให้ลูกอดทนรอต่อสิ่งใด จึงให้ลูกทุกอย่าง ทำให้ลูกทุกอย่างเพื่อให้ลูกสุขสบาย เด็กจึงไม่สามารถอดทนต่อความยากลำบากได้เมื่อโตขึ้น บางครั้งอาจจะให้ลูกของท่านมีวินัยเข้มที่งวด ทุกอย่างเป็นกฎระเบียบไม่มียืดหยุ่น เด็กจึงอึดอัดคับข้องใจกดดันจนอาจทำร้ายตัวเอง เด็กจึงเครียดและกดดันทำให้ขาดสมดุลในชีวิต และไม่กล้าคิดนอกกรอบ

โรคสำลักความรักมีความหมายที่แท้จริงคือ “สำลักความรักแบบไม่ถูกทาง” นะครับ ทางเราไม่ได้พูดว่าไม่ให้เลี้ยงแบบไม่ต้องรักลูกมาก การที่พ่อแม่รักลูกมากเป็นสิ่งที่ดีครับ พ่อแม่ควรให้ความรักให้ความอบอุ่นกับเด็กอย่างเต็มที่แต่ต้อง “รักลูกให้ถูกทาง” คือ รักได้แต่อย่าตามใจลูกของคุณจนเกินไป เด็กอยากได้ก็ต้องมีเหตุผลในการให้ ปลูกฝังทักษะของชีวิตกับคนรอบข้าง รวมไปถึงสอนให้รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำครับ แล้วลูกคุณจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขอย่างแน่นอน