ทฤษฎีแรงดึงดูดที่หลายๆ คนเข้าใจกันว่า “ถ้าเราจินตนาการถึงสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะเกิดขึ้นกับเรา” อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะหลายๆ ครั้งที่เราพยายามจินตนาการมากเพียงใดก็ไม่ได้สิ่งที่เราต้องการ แต่อย่างไรก็ดีความคิดที่ดีย่อมจะส่งผลต่อการกระทำที่ดี ยกตัวอย่างเช่นหากเราบอกว่าเราไม่ได้เป็นวิศวะหรอก เราก็จะไม่กล้าไปสมัครงานเรียนเกี่ยวกับสายงานวิศวะ ย่อมไม่ได้ทำงานเป็นวิศวกรแน่นอน แต่ถ้าหากเราคิดบวกเช่น ชอบออกกำลังกาย ชอบไปวัด จะส่งผลให้เราเจอคนที่ชอบออกกำลังกาย หรือเป็นคนที่ชอบทำบุญ เนื่องจากสถานที่ต่างๆ นั้นจะมีบุคคลที่คิดเหมือนกับคุณ และทำให้คุณพบปะกับบุคคลเหล่านั้น ความคิดนั้นจะสร้างความคล้ายสำหรับบุคคลรอบตัวเรา ซึ่งเป็นเบื้องหลังของทฤษฎีแรงดึงดูดนั้นเอง เชื่อมั้ยครับว่าความคิดจะออกมาเป็นคำพูด แล้วคำพูดจะถ่ายโอนเป็นถ่ายโอนเป็นการกระทำ และการกระทำต่างๆ จะเปลี่ยนเป็นโชคชะตา

กฎแห่งแรงดึงดูด
กฎแห่งแรงดึงดูดมักจะพาเราไปในที่ที่เราได้จิตนาการไว้

รู้หรือไม่ว่าสมองของเราจะมองเห็นเฉพาะในสิ่งที่เรามองหาเท่านั้น การมองหานั้นก็คือสิ่งที่เราคิดอยู่ในหัวนั้นเอง แม้ว่าสายตาของเราจะเห็นทุกภาพ หรือได้ยินทุกเสียงก็ตาม แต่สมองของเราจะกรองเฉพาะในสิ่งที่เราต้องการรับทราบเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเราอยากจะทำอะไรควรโฟกัสทีละเรื่อง ทำให้คุณสามารถทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  ลองคิดดูเมื่อเราจะคิดเลขแล้วเก็บของไปด้วย ก็จะทำให้คิดเลขช้าลงมาก และอาจจะเกิดข้อผิดพลาดอีกด้วย ดังนั้นการโฟกัสที่จุดเดียวจะได้ประโยชน์สูงสุด และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น

ประสบความสำเร็จ
การโฟกัสทำให้คุณสามารถประสบความสำเร็จได้

หากเราต้องการอะไรต้องจินตนาการให้ชัดเจนเพื่อให้เรามองเห็นสิ่งนั้น และโฟกัสไปที่จุดนั้น เมื่อเรามีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนแล้ว เราจะย่อมเดินไปในเส้นทางที่จะไปถึงจุดหมาย เราจะเห็นในสิ่งที่เราโฟกัสไปที่จุดเหล่านั้นเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมาย เพราะสิ่งต่างๆ มันอยู่ตรงหน้าคุณอยู่แล้ว อย่างเช่นเรื่องเนื้อคู่ เมื่อคุณแค่คิดว่าอยากมีเนื้อคู่ที่ดีเท่านั้นแทบจะไม่ได้ผลเลย เราต้องกำหนดเป็นคุณสมบัติให้ชัดไปเลย เช่น คนหล่อ คนสวย คนสูงเท่าไหร่ ทำอาชีพอะไร และมีความสนใจอะไร เป็นต้น จะทำให้คุณโฟกัสไปที่บุคคลเหล่านั้น ยังมีอีกมุมหนึ่งที่ทุกคนสงสัยว่าทำไมเราจะได้ในสิ่งที่เกลียด ลองคิดดูว่าถ้าคุณเกลียดคนที่แต่งตัวไม่สุภาพ แล้วเราก็จะมองบุคคลประเภทเหล่านั้นเสียก่อน ส่งผลทำให้เราวิ่งไปหาบุคคลเหล่านั้น และเมื่อเราคิดลบแล้วก็จะทำให้เกิดความคิด และการกระทำที่เข้มขึ้น จะเห็นว่าเราแค่ไปโฟกัสมันแค่นั้นเอง ยิ่งเรื่องลบเราจะจำได้ดีอีกด้วย เมื่อไหร่ที่เราเกลียด สมองจะเกิดความระมัดระวังยิ่งขึ้น เช่น เรากลัวเสือ หรืองู จิตใต้สำนึกก็จะผลักสิ่งเหล่านั้นออกไป อีกตัวอย่างก็คือคนเกลียดคนรวย  เพราะเป็นคนไม่ดี หรือโกงมา จิตใต้สำนึกก็จะผลักความรวยออกไป  ถ้าคุณอยากจะมีความสำเร็จ หรืออยากได้อะไรก็อย่าไปเกลียดในสิ่งนั้นนะครับ เราต้องชอบและรักในสิ่งนั้นแล้วคุณก็จะได้สิ่งนั้นมาอย่างใจหวัง