ช่วงวัยนี้ลูกยังคงความดื้ออยู่ แต่ดีกรีจะน้อยกว่าตอนเล็กกว่านี้ที่เคยหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาออกสไตล์ดื้อเงียบมากกว่า ทั้งนี้การดื้อของเด็กแต่ละคนมีไม่เท่ากัน หากฝึกวินัยมาไม่ดีจะรู้สึกว่าลูกดื้อมาก เพราะยิ่งทำอะไรตามใจตัวเองมากขึ้น และจะเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนและทักษะสังคมด้วย มีพฤติกรรมอะไรให้ต้องขบคิดก่อนหงุดหงิดบ้างมาดูกันนะ

1. กิจกรรมมากขึ้น รักษาเวลากิจวัตรไม่ได้

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากวัยเตาะแตะและวัยอนุบาล ถ้าฝึกวินัยได้ดีช่วงวัยนี้ก็จะเป็นการฝึกให้พร้อมกับความรับผิดชอบที่มากขึ้นในช่วงวัยประถม แต่ถ้าวินัยยังไม่เข้าที่ก็ยังฝึกต่อไปได้ โดยควรตกลงตารางเวลาและกิจกรรมให้ชัดเจน และให้ลูกมีส่วนร่วมช่วยกำหนดกิจกรรมในตาราง ทั้งกิจวัตรประจำวัน เวลาทำการบ้าน จัดกระเป๋านักเรียน ช่วยทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำได้ และเวลาเล่นทั้งเล่นนอกบ้าน เล่นในบ้าน และเล่นเกมเมื่อตกลงกันแล้ว พ่อแม่มีหน้าที่กระตุ้นไปตามตาราง ถ้าเขาทำได้การให้รางวัลยังเป็นวิธีส่งเสริมที่ดี ทำไม่ดีก็ไม่ได้อะไร หลีกเลี่ยงการสั่งเพื่อลดการต่อต้าน

2. สนใจไอทีมาก บอกให้เลิก มักหูทวนลม

ดีที่สุดต้องมีกฎกติกากัน เช่น เล่นเกม ดูทีวี ได้วันไหนบ้าง วันละเท่าไหร่ ถ้าไม่ทำผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เมื่อต้องเตือนเมื่อถึงเวลา ไม่ควรใช้วิธีพูดลอยๆ ให้นั่งตรงหน้าลูกและพูดกันดีๆ ชัดๆ

3.สนใจสังเกตเรื่องการเรียน

เพราะเป็นช่วงวัยที่พ่อแม่จะเริ่มสนับสนุนเรื่องการเรียนพิเศษทั้งวิชาการและทักษะต่างๆ “พ่อแม่ควรชั่งน้ำหนักประโยชน์กับต้นทุน เช่น ประโยชน์ลูกได้ประโยชน์ตรงเรียนดีขึ้นแต่ต้นทุนคือลูกเหนื่อย เครียดมาก ดูไม่มีความสุขเลย อย่างนี้คุ้มหรือไม่ควรผ่อนลงมาหรือเปล่า แต่ถ้าไม่เรียนอะไรเลยมีความสุขมากแต่เรียนไม่ทัน ตรงนี้ก็จะใส่ความทุกข์เพิ่มไปให้เขาบ้างหรือเปล่า”

4. วัยประถมดื้อแค่ไหน วัดได้จากพ่อแม่

คุณหมอให้ข้อสังเกตว่า “ลูกวัยนี้ที่โตขึ้น พูดกันรู้เรื่องกันมากขึ้น แต่หากเขายังดื้ออยู่อาจเป็นสิ่งที่สะท้อนการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ในช่วงนั้น เช่น ถ้าเพิ่มดีกรีความจู้จี้ ขี้บ่น ใจร้อนในการเลี้ยงลูกหรือเปล่า เพราะเด็กวัยนี้มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นอีกนิด ถ้าเข้มงวดหรือบังคับเขามากขึ้น เขาก็ต่อต้านเราเยอะขึ้นได้เหมือนกัน” ลองสังเกตดูว่าโดยปกติลูกดื้อขนาดนี้รึเปล่า ถ้าก่อนหน้านี้ไม่เคยแต่ตอนนี้ชักเปลี่ยนไป เป็นไปได้ว่าอาจต้องกลับมาดูที่พ่อแม่นี่แหละ