สิ่งที่สามีควรทำเมื่อภรรยา กลายเป็นแม่ของลูกแล้ว คุณพ่อไม่สามารถโยนหน้าที่ความรับผิดชอบนี้ให้พ้นตัวไปได้ หรือการจะแบ่งหน้าที่แยกกันให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปเลยว่า สามีทำงานนอกบ้านแล้ว งานในบ้านและการเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่ของภรรยา ก็เป็นความคิดที่ล้าหลังมากเกินไปสำหรับสมัยนี้ เมื่อต้องเป็น “พ่อ” คำๆ นี้ ทำให้ผู้ชายหลายคนเปลี่ยนแปลงไป บางคนก็เปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่บางคนก็เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง ที่สำคัญ มีคุณพ่อหลายๆ คนประสบปัญหาในการปรับตัวเมื่อต้องมีลูกคนแรก เพราะการกินอยู่หลับนอน กิจวัตรประจำวันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คุณพ่อหลายคนเจอกับความเปลี่ยนแปลงที่ตนเองรับมือไม่ทันนี้เข้าไป ก็กลายเป็นคนขี้รำคาญ โมโหง่าย ไม่น่ารักเหมือนในอดีต แถมบางทียังพาลใส่คุณแม่ในลักษณะต่างๆ ซึ่งคุณแม่พอเจอสามีทำกริยาแบบนี้ก็ย่อมเสียใจ และหมดความอดทน เพราะไหนตนเองจะเหนื่อยเลี้ยงลูก ยังต้องมาเหนื่อยใจกับสามีที่เปลี่ยนไปอีก พาลจะแยกทางกันได้ง่ายๆ หากคุณพ่อยังไม่รู้จะปรับตัวอย่างไร วันนี้เรามีคำแนะนำเบื้องต้น 10 สิ่งที่สามีควรทำเมื่อภรรยา กลายเป็นแม่ ของลูก มาฝากกันค่ะ

1.แสดงความรู้สึกยินดีเมื่อทราบว่าภรรยาตั้งท้อง

หากว่าคุณไม่ได้วางแผนว่าจะมีเจ้าตัวน้อยมาก่อนล่วงหน้า แล้วทราบข่าวว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ คุณควรจะรู้สึกยินดีและมีความสุขกับการที่จะได้เป็นพ่อคน ไม่ใช่แสดงออกให้เธอเห็นว่าคุณไม่รู้สึกตื่นเต้น แต่กลับผิดหวัง หรือถามเธอว่าทำไมไม่คุมกำเนิดให้ดี ดังนั้นการแสดงความรู้สึกปลื้มปิติยินดี ย่อมทำให้เธอมีความเชื่อมั่นในตัวคุณมากขึ้น ว่าคุณจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เป็นกำลังใจที่ดีในช่วงเวลาที่กำลังอุ้มท้อง และจะเป็นพ่อที่ดีในอนาคตได้

2.แสดงความรักต่อลูกและภรรยา

เมื่อคลอดลูก นอกจากเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่ประสีประสาแล้ว ภรรยาของคุณก็ต้องการการดูแลอย่างมากด้วยเช่นกัน แม้ภรรยาบางคนจะบอกตัวเองว่าเป็นหญิงแกร่ง อึด ฉันทำได้ ฉันสู้ไหว แต่อย่าลืมว่า งานเลี้ยงลูกเป็นงานที่เหนื่อย (เหนื่อยกว่าการเข้าประชุมของคุณพ่อทั้งหลายมากมายนัก) หากพวกเธอได้กำลังใจดีๆ จากสามีอย่างคุณผู้ชายทั้งหลายด้วยแล้ว เธอจะยิ่งมีแรงสำหรับการเลี้ยงลูกมากขึ้น

อย่างไรก็ดี คุณพ่อหลายคนมักเอางานมาอ้าง ว่าประชุมเหนื่อยมาก ต้องรับมือกับลูกค้าทั้งวัน กลับถึงบ้านอยากจะนอนอย่างเดียว ไม่อยากเล่นกับลูก ไม่อยากอุ้ม ฯลฯ แต่ก็อย่าลืมว่า ลูกค้าเหล่านั้น พอเขาได้สิ่งที่เขาต้องการ เขาก็ไป คุณพ่อก็หมดความหมายสำหรับลูกค้าแล้ว แต่กับภรรยาและลูกที่บ้านเขามีแต่คุณพ่อ รอแต่คุณพ่อคนเดียว หากคุณพ่อไม่กลับบ้าน หรือกลับดึก หรือในอนาคตแก่เฒ่าลง คนที่ห่วงและอยู่คอยดูแลคุณพ่อก็คือครอบครัวนั่นเอง ไม่ใช่ลูกค้าหรอกนะคะ

3. พูดดีๆ กับภรรยา

ไม่มีใครชอบการโดนตำหนิ แม้แต่ตัวคุณพ่อเอง ดังนั้น เมื่อใจของเรายังไม่ชอบ ก็อย่าหยิบยกคำพูดประเภท “เป็นแม่ภาษาอะไร เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้, เธอนี่ใช้ไม่ได้เลย, ไม่ไหวจริงๆ, แย่, น่าเบื่อ, น่ารำคาญ” ฯลฯ มาต่อว่าภรรยา  เพราะมีแต่จะทำร้ายจิตใจของคนฟังกันเสียเปล่าๆ

อีกทั้งการหาคำพูดดีๆ เรื่องขำๆ เรื่องของความสุขมาคุยกับภรรยาไม่ใช่เรื่องยากเลย โดยเฉพาะหากคุณพ่ออยู่ที่ทำงานก็น่าจะได้พบเจอเรื่องราวมากมาย คงมีอะไรดีๆ เก็บมาเล่าเป็นแน่ หรือระหว่างวันหากมีใจโทรศัพท์มาไต่ถามทุกข์สุขบ้างน่าจะดีกว่าเป็นไหนๆ ยิ่งโทรศัพท์สมัยนี้ไฮเทค คุยแบบเห็นหน้ากันก็ได้ หรือหากนึกคำพูดไม่ออกจริงๆ ก็บอกไปเลยว่ารัก คิดถึง และเป็นห่วง สามคำนี้มีความหมายอย่างมากกับภรรยาที่อยู่บ้านเลี้ยงเจ้าตัวเล็กค่ะ ส่วนคำพูดที่ทีมงานหยิบขึ้นมาเอ่ยด้านบน อย่าเอ่ยได้เป็นดีค่ะ เพราะสามารถทำให้ภรรยาที่เลี้ยงลูกอยู่คิดมาก วิตกกังวล เครียด ครบสูตรอาการซึมเศร้าหลังคลอดเลยทีเดียว

4. คอยให้ความช่วยเหลือภรรยา 

อย่าลืมว่าหลังคลอด ภรรยายังต้องกลับไปพบแพทย์อีกเป็นระยะ เพื่อตรวจบาดแผล และความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย ในกรณีนี้ หากคุณพ่อเป็นผู้พาภรรยาไปพบแพทย์ได้ควรเป็นฝ่ายพาไป อย่าละเลยหรือมองว่าภรรยาสามารถไปเองได้ ฉันนอนอยู่บ้านดีกว่า เพราะการไปพบแพทย์ มีหลายครั้งที่แพทย์จะแจ้งข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพ การที่คุณพ่อซึ่งเป็นสามี และเป็นคนที่แต่งงานกับคุณแม่โดยตั้งใจว่าจะดูแลกันและกันไปตราบนานเท่านาน ไปรับฟังความเป็นไปของภรรยาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว

5.เข้ามาเล่นกับลูก

แม่ทุกคนแม้จะเลี้ยงลูกเหนื่อยแค่ไหน หรือเจ็บแผลหลังคลอดอย่างไร แต่ถ้าได้เห็นว่า ลูกน้อยกับพ่อของเขาเข้ากันได้ดี ไม่มีปัญหา กำลังใจจะตามมาอีกเป็นกอง ดังนั้น คุณพ่อสามารถใช้จุดนี้เพิ่มกำลังใจให้ภรรยาได้ด้วยการหมั่นมาอุ้มลูก เล่นกับลูก หอมลูก กล่อมลูก บ่อยๆ ค่ะ

6.ช่วยเลี้ยงลูก อุ้มลูกยามร้องไห้

ขอเรียนว่า ผู้ชายที่สามารถเลี้ยงลูก อุ้มลูก กล่อมลูกยามร้องไห้ให้สงบลงได้นั้นจะได้ใจภรรยาไปอีกมาก เพราะไม่มีแม่คนไหนไม่รู้สึกปลื้มใจกับภาพที่เห็นหรอกค่ะ โดยเฉพาะเป็นภาพของความอ่อนโยนที่ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าพ่อแสดงต่อลูกด้วยแล้ว โดนใจคุณแม่เต็มๆ ค่ะ แต่ถ้าลูกงอแง คุณพ่อเข้าไปอุ้มแล้วลูกโวยวายไม่ยอมให้อุ้ม ก็อยู่ข้าง ๆ เป็นเพื่อนภรรยา คอยให้กำลังใจก็ยังดี

7.ดูแลความเป็นไปต่างๆ ในบ้าน

บางครอบครัว ภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่การจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเก็บขยะ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าหนังสือพิมพ์ เปลี่ยนหลอดไฟ สั่งแก๊ส จ่ายบัตรเครดิต ฯลฯ เรียกว่าหน้าที่จิปาถะในบ้านเธอรับผิดชอบหมด แต่ในช่วงหลังคลอด-เลี้ยงลูก คุณแม่ต้องการการพักผ่อน และอาจไม่ได้ลุกขึ้นมาทำหน้าที่เหล่านั้นได้สะดวกเหมือนเคย คุณพ่อควรรับหน้าที่นี้แทน ซึ่งเราเชื่อว่า หากทำได้ดี ก็จะช่วยให้คุณแม่พักผ่อน-เลี้ยงลูกได้อย่างสบายใจอีกด้วย

8.ยอมรับและเข้าใจ

การที่มีลูกนั้นชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไป ความสำคัญของสามีที่ภรรยามีให้ย่อมลดลงบ้าง เพราะต้องเบี่ยงเบนความสำคัญไปที่ลูกมากกว่า ดังนั้นสามีที่ดีก็ไม่ควรน้อยใจหยิบยกมาเป็นประเด็นที่ร้ายแรงและว่ากล่าวภรรยา ควรเก็บความน้อยใจเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นแรงกาย และช่วยภรรยาดูแลลูก

9.ไม่ยึดติดในกิจวัตรเดิมของตน

 การมีสมาชิกใหม่ในบ้าน ย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายหลายประการ ดังนั้น คุณพ่อไม่ควรยึดติดอยู่กับกิจวัตรประจำวันเดิมของตน เช่น เคยตื่นแปดโมงเช้า ก็ยังอยากตื่นแปดโมงเช้า ใครมาทำให้ตื่นก่อนจะโมโห กระฟัดกระเฟียด ฮึดฮัด (ส่วนมากเด็กๆ มักจะร้องตอนเช้าตรู่เพราะหิวนม ต้องลุกมาอุ้มกันให้อลหม่าน) หรือเคยมีภรรยาหาข้าวหาปลาให้รับประทาน ตอนนี้ภรรยาต้องไปดูลูกก่อนเป็นอันดับแรก คุณพ่อจะมาน้อยอกน้อยใจ ประชดภรรยาก็ไม่ควร เพราะเป็นเรื่องของความจำเป็น และต้องเห็นอกเห็นใจกันให้มากๆ ในช่วงแรกของการเลี้ยงลูก อย่าปล่อยให้ภรรยาเหนื่อยอยู่คนเดียว หรือรู้สึกว่าคุณพ่อกลายเป็นภาระที่เธอต้องแบกเอาไว้ด้วยอีกคนนอกจากลูกอ่อน

ทางที่ดี หากคุณพ่อมีโอกาสเตรียมตัวเตรียมใจตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ควรคิดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดเหล่านี้เอาไว้ด้วย ว่าถ้าลูกคลอดแล้ว กิจวัตรใดบ้างที่ต้องเปลี่ยนไป คุณจะทำอะไรเพื่อแบ่งเบาภาระของภรรยาได้บ้าง และจะทำอย่างไรที่จะช่วยให้ภรรยาของคุณไม่เหนื่อยในการเลี้ยงลูกจนเกินไป

10.มีความอดทนให้มากเป็นพิเศษ/ มีความหนักแน่น

ไม่ต้องแปลกใจหากวันนี้ภรรยาคุณอารมณ์ดีมาก แต่อีกวันกลับหัวเสียและโมโหคุณจนแทบจะกินหัวเพียงแค่คุณอ้าปาก หรืออยู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมาโดยไร้สาเหตุมาก่อน สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอเหล่านี้ เป็นผลมาจากฮอร์โมนของเธอ ขอให้คุณอดทนกับเธอมากสักหน่อย แล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

อีกทั้งชีวิตครอบครัวย่อมมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง มีการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นกันบ้าง สิ่งที่พ่อบ้านที่ดีทำได้ดีที่สุดคือต้องมีความหนักแน่น และมั่นใจในความเป็นครอบครัวของตัวเอง มีการพูดจาให้กำลังใจซึ่งกันและกันกับภรรยา เพื่อทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันนั้น ก้าวต่อไปได้ดี การเป็นพ่อบ้านที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ ในบ้านไม่ได้มองว่าผู้ชายคนนั้นกลัวภรรยา แต่กลับถูกมองจากคนภายนอกว่าเขานั้นรักครอบครัวมาก และเป็นผู้ชายที่อบอุ่น ดังนั้นการทำดีกับครอบครัวตัวเองย่อมเกิดผลดี และเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่พ่อบ้านสมัยใหม่สามารถทำได้ และไม่จำเป็นจะต้องอายเพราะสิ่งที่ทำไปผลที่ได้รับกลับมานั้นเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นลูก หรือภรรยาจะรักและเข้าใจคุณมากขึ้น ครอบครัวจะเข้มแข็งและไปด้วยกันได้ดียิ่งขึ้น