การจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยถ้าคุณเข้าใจเกี่ยวกับการสร้าง “ทัศนคติ” ของตัวคุณเอง เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกท่านที่จะสร้างความเชื่อมั่น และบุคลิกที่ดีให้กับตนเอง เนื่องจากความเชื่อมั่นและบุคลิกนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งอิทธิพลให้คนผู้นั้นประสบความสำเร็จ มีลักษณะที่โดดเด่น และแตกต่างจากคนอื่นๆ ในกลุ่ม เราอาจจะเคยเห็นว่า ทำไมคนบางคนถึงดูมีความมั่นใจ และดูดี จะทำอะไรก็ดูดีไปหมด ซึ่งนั้นก็เป็นเพียงเฉพาะคนที่มีความเชื่อมั่น และความมั่นใจในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะยังมีหลายๆ คนที่ดูเหมือนจะมีความมั่นใจมากเกินไป จนกลายเป็นโอ้อวด ในสายตาผู้อื่น แทนที่จะดูดี น่าเกรงขาม กลายเป็นดูแย่ และตลกไปเสีย

การสร้างความเชื่อมั่นที่ดีนั้น ตัวคุณเองนั้นหละที่จะเป็นผู้ที่สามารถฝึกฝนและดูแลตนเองได้ดีที่สุด แม้ว่าจะสถาบันหลายๆ แห่งที่จะโฆษณาไว้ว่าสอนได้ดีมากเพียงไรก็มักจะสอนในแบบของหุ่นยนต์ สอนเป็นรูปแบบเดียวกันจนทำให้หลายๆ คนกลายเป็นคนแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย บางรายอาจจะถึงขึ้นไม่กล้า หรือระมัดระวังตัวมากจนเกินไป อีกทั้งการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตนเอง พื้นฐานเราเองต้องมีความรักในตนเองเป็นพื้นฐานเสียก่อน คุณต้องรู้จักตนเองดีให้ดี เพราะว่า จิตแพทย์ชื่อดังอย่างอาจารย์วิทยา นาควัชระ ได้กล่าวไว้ว่า “นอกจากสาเหตุด้านกรรมพันธุ์แล้ว (พ่อ แม่ไม่มั่นใจในตนเอง ไม่เชื่อมั่น ก็ย่อมถ่ายทอดให้แก่ลูกได้)” ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกหลายประการดังต่อไปนี้

ความเชื่อ
เมื่อมีความเชื่อมั่น เราจะสามารถทำได้ทุกสิ่ง

1. การขาดความภูมิใจในความเป็นมนุษย์

ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากการเลี้ยงดูตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งอาจจะมาจากการอบรมเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้องตามหลักจิตวิทยา เช่น พ่อแม่ติชมลูกไม่ถูกกาลเทศะ ชมมากไปก็ไม่ดีส่งผลให้เด็กไม่ภาคภูมิใจ ตำหนิมากไปก็ลืมมองความดีของลูก พยายามหาแต่ข้อไม่ดีมาตำหนิ ทำให้เด็กหมดกำลังใจหมดความภูมิใจ เมื่อเติบโตก็จะทำให้กลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่น ความรักในตนเอง

2. การคิดดูถูกตนเองว่าเป็นคนไม่ดี ไม่เก่ง

การดูถูกตัวเองเกิดมาจากนิสัยที่ชอบโทษตัวเอง ประจานตัวเอง และลงโทษตัวเองอยู๋ตลอดเวลา เมื่อมีเหตุการณ์ผิดพลาด หรือสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นในชีวิต เนื่องมาจากพ่อแม่เข้มงวดเกินไป หรือเกิดความผิดหวังเรื่องแรงๆ มาก่อน ทำให้เป็นคนที่ขาดความเชื่อมั่นในการทำสิ่งต่างๆ ส่งผลให้เด็กกลายเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต

3. มีลักษณะของการถูกกลั่นแกล้ง และถูกข่มขู่มาตั่งแต่เด็กๆ

การถูกกลั่นแกล้งมาตั้งแต่เป็นเด็กทำให้ไม่มีโอกาสได้แสดงออก หวาดกลัว การโดนว่า รังแก ทั้งทางตรง และทางอ้อม ย่อมส่งผลให้ผู้นั้นมีอาการไม่มั่นใจ และไม่เชื่อมั่นในตนเองได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กคนนั้นกลายเป็นคนที่ไม่ชอบที่จะเข้าสังคม พยายามเอาตัวออกห่างจากสังคม

4. มีนิสัยชอบเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น

หลายๆ ครั้งที่เรามักจะไปเปรียบเทียบเรื่องของเรากับบุคคลอื่น แต่การเปรียบเทียบกับคนอื่นมักจะทำให้คุณเห็นความแตกต่าง หากคุณในแง่ลบ เช่น คิดว่าคนอื่นเก่งกว่า สวยกว่า หล่อกว่า หรือดีกว่า การมองหาปมด้อยแก่ตนเองเพื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นนั้นพอนานไปเข้ากลายเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น และขี้อิจฉา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มักจะเกิดจากพ่อแม่ที่มีความคาดหวังสูง หรือพ่อแม่ที่ชอบเอาลูกของตนเองไปเรียบเทียบกันคนอื่นตลอดเวลา

5. การที่มีข้อด้อยหรือปมด้อย

การที่คุณคิดว่าตนเองมีปมด้อย และคิดไปว่าคนอื่นจะรู้หรือสังเกตเห็นได้ ทำให้ไม่สบายใจ หรือไม่มั่นใจ เช่น คิดว่า ตัวเองผิวคล้ำดำ ไม่สวย คนอื่นจะต้องเห็นว่าตัวเองตัวดำ ดูตลก ทั้งๆ ที่คนอื่นไม่คิด ตัวเองก็จะคิดไปก่อน ทำให้หมดความมั่นใจในตนเองได้

ท้ายที่สุดนี้อย่าให้ใครมาบอกกับเราว่าว่า “ทำไม่ได้” เด็ดขาด แม้ว่าคนอื่นเขาจะไม่สามารถทำได้ก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำไม่ได้ หรือบางครั้งที่คุณทำไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตคุณจะไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งนั้น ซึ่งถ้าคุณเชื่อมั่นแล้วว่าจะประสบความสำเร็จคุณเพียงแค่สู้ และนำปัญหาต่างๆ มาปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเช่นการขี่จักรยานถึงแม้ว่าคุณจักรยานซ้ำกี่ครั้งถ้าคุณมีความเชื่อมั่นว่าคุณสามารถคิดได้สักวันนึงก็จะสามารถขี่จักรยานได้ตามใจฝัน และความสำเร็จอื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน ผมหวังว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กันครับ