การที่คุณพ่อคุณแม่จะฝึกให้ลูกน้อยอารมณ์ดีทุกวันจะช่วยให้ลูกมีความสุข และเมื่อลูกอารมณ์ดีแล้ว ร่างกายของลูกก็พร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ และยังช่วยเสริมพัฒนาการทางด้านสมองของลูกน้อยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย!!!

คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถฝึกให้ลูกของเรามีอารมณ์ดีทั้งวันได้ โดยมีวิธีที่แสนง่ายด้วยการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วย “รอยยิ้มของลูก” เมื่อใดที่ลูกน้อยของเราอารมณ์ดีตั้งแต่เช้าแล้ว ลูกก็จะมีอารมณ์ที่ดีไปตลอดทั้งวัน แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าลูกน้อยของคุณหงุดหงิดตั้งแต่เช้า วันนั้นพวกเขาจะร้องไห้ และมีอารมณ์ฉุนเฉียวไปทั้งวันเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญในการเริ่มวันใหม่นั้นก็คือ “การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก” ในทุกๆ วันนั้นเอง แทนที่เราจะสั่งให้ลูกทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ เพียงแค่เราเข้าโอบกอดในยอมเช้า หรือถามว่าลูกน้อยหลับฝันดีไหม ลูกน้อยของเราจะรู้สึกดีกับเราตั้งแต่หัววัน เนื่องจากพวกเขายังไม่พร้อมที่จะรับในสิ่งใหม่ๆ ในตอนเช้า พวกเขาต้องการเพียงความรัก และความเข้าใจจากพ่อแม่เ่านั้น

ในช่วงที่เด็กยังไม่โตเต็มที่สมองของเด็กนั้นไม่สามาถที่จะห้ามอารมณ์ตนเองได้ โดยปกติต้องใช้เวลากว่า 20 ปีถึงสมองของมนุษย์เราจะสมบูรณ์ โดยสมองของเด็กในวัยนี้จะมีลักษณะที่รวมกันทั้งในด้านอารมณ์และเหตุผล หากพ่อแม่ต้องการส่งเสริมพัฒนาการสมองของเจ้าตัวน้อยในระยะยาว ควรโฟกัสไปที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกในทุกเช้าเพื่อให้พวกเขาอารมณ์ดี มากกว่าการบังคับให้ลูกน้อยทำอะไรบ้างในแต่ละวัน
คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายควรให้ความสำคัญกับระดับอารมณ์ของลูกก่อนจะพูดถึงเรื่องเหตุผล เนื่องจากเด็กยังไม่เข้าใจในส่วนของเหตุผลเท่าใดนัก วิธีที่ดีที่สุดในการลดอารมณ์รุนแรงของลูกก็คือส่งสัญญาณทางกายว่า คุณมีความรักให้กับเขาดดยการโอบกอดหรือการจับมือก็ได้ และเมื่อใดที่ลูกอารมณ์เย็นขึ้น เขาก็จะพร้อมรับฟังในสิ่งที่คุณพูดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหตุผลหรือวิธีแก้ปัญหาที่ให้กับลูก ซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคุณพ่อคุณแม่กับลูกๆให้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยพัฒนาสมองของเจ้าตัวน้อยอีกด้วย

7 วิธีสร้างลูกน้อยให้เป็นเด็กอารมณ์ดี

1. การนอนอย่างเต็มที่

จะช่วยสร้างเด็กให้อารมณ์ดีได้ คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตมั้ยว่าเมื่อลูกของเรานอนไม่เต็มที่หรือได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ จะทำให้เขาหงุดหงิดได้ง่าย ร้องไห้ตลอดเวลา ดังนั้นเรื่องการนอนหลับพักผ่อนของลูกน้อยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรฝึกให้ลูกได้นอนแต่หัวค่ำจนเป็นนิสัย และบรรยากาศในห้องนอนของลูกก็ควรจะเงียบสนิท ไม่มีเสียงรบกวน เพราะการนอนหลับนอกจากจะช่วยให้ลูกอารมณ์ดีแล้วยังส่งผลต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยอีกด้วย

เด็กอารมณ์ดี
การนอนเต็มที่ทำให้เด็กตื่นมาสดชื่อ และอารมณ์ดี

2. อาหารช่วยอารมณ์ดี

การดูแลในเรื่องอาหารให้ลูกน้อยก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากหลายครั้งที่ลูกเกิดอาการอารมณ์จากอาหาร เนื่องจากพวกเขารู้สึกไม่สบายตัว เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจในเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสมกับวัย หรืออีกวิธีนึงควรสังเกตุว่าลูกทานอะไรลงไปแล้วมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อหรือเปล่า เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นๆ ในครั้งต่อไป

อาหารของลูก
พ่อแม่ควรดูแลเรื่องสุขลักษณะของอาหารของลูกเสมอ

3. อย่าปล่อยให้ลูกหิว

ความหิวนั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กมีร้องไห้งอแง ดังนั้นควรให้ลูกทานข้าวให้เป็นเวลา และหากมีความจำเป็นต้องออกไปข้างนอกก็ควรเตรียมอาหารไปให้พร้อม หรือควรให้เขาทานให้อิ่มก่อนออกจากบ้าน ถ้าหากคุณปล่อยให้ลูกหิวบ่อยๆ เด็กก็จะกลายเป็นคนอารมณ์หงุดหงิดง่าย และงอแงเป็นประจำ

ป้อนนมเด็ก
ควรป้อนนม หรือให้อาหารลูกให้อิ่มตลอดเวลา เด็กจะอารมณ์ดี และไม่ขาดสารอาหาร

4. เพลงสนุกสร้างอารมณ์

เพลงนี้มีประโยชน์ทำให้เด็กอารมณ์ดีขึ้น อีกทั้งยังเสริมสร้างสมาธิ และพัฒนาการที่ดีสำหรับเด็กอีกด้วย โดยเราควเลือกเพลงที่พวกเขาชอบ หรืออีกวิธีคือให้คุณพ่อคุณแม่สอนให้เขาร้องเพลง แล้วร้องตามไปพร้อมๆ กันก็ได้ การฟังเพลงเป็นการช่วยฝึกทักษะการฟังให้กับลูกน้อยของเรา และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับพ่อแม่ลูกอีกด้วย

5. อย่าแหย่ให้ลูกโมโห

ปัญหาการแหย่เด็ก หรือชอบแกล้งเด็กให้หงุดหงิดนั้นเป้นสิ่งที่ไม่ดี แม้ว่าเด็กจะดูน่ารักดี ตลก แต่สิ่งที่ทำให้เด็กไม่เข้าใจและไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเพียงการแหย่เล่น ซึ่งจะส่งผลเสียให้เด็กเป็นเด็กหงุดหงิดง่าย หรือไม่เชือ่ใจพ่อแม่ไปในที่สุด

6. พ่อแม่คือของเล่นของลูก

สำหรับเด็กเล็กจะเป็นวัยที่หัวเราะได้ง่าย เพียงแค่เราเล่นกับพวกเขา เขาก็จะรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเล่นจ๊ะเอ๋ หรือเล่นวิ่งไล่จับ การเล่นกับลูกบ่อยๆ นอกจากจะทำให้พวกเขาเป็นเด็กอารมณ์ดีแล้ว เด็กยังทำให้เด็กสัมผัสได้ถึงความรักและความอบอุ่นที่คุณพ่อหรือคุณแม่

เด็กมีความสุข
การเล่นกับเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากลูกรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่กับพ่อแม่

7. ทำอารมณ์ดีให้ลูกเห็น

เด็กเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และลอกเลียนแบบในสิ่งที่เขาเห็น หากเขาได้ใกล้ชิดกับใครย่อมเป็นเช่นนั้นเด็กมักจะเลียนแบบอารมณ์นั้นๆ และถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดี ต้องระมัดระวังอารมณ์และพฤติกรรมของตนเองเมื่ออยู่ต่อหน้าลูก ไม่ควรแสดงอารมณ์หงุดหงิด หรือแสดงความเครียดต่อหน้าลูกน้อย ดังนั้นการจะเลี้ยงลูกให้อารมณ์ดีได้ พ่อแม่ต้องฝึกเป็นคนอารมณ์ดีด้วย

ครวมครัวมีความสุข
พ่อแม่ควรมีอารมณ์ดีให้ลูกเห็นตั้งแต่เป็นทารก เนื่องจากทารกได้ซึมซับสิ่งต่างๆ รอบตัวตั้งแต่เกิด

การจะฝึกให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดีนั้นเริ่มต้นจากพ่อแม่ทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดีในเช้าวันใหม่ หากพ่อแม่ได้ปฏิบัติตามเคล็ดลับการเลี้ยงลูกดัลกล่าวจะช่วยให้ลูกน้องของท่านมีอารมณ์ดีได้ตลอดเวัน เพียงคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก พ่อแม่ควรเตรียมความพร้อมด้านอารมณ์ และร่างกายของลูกให้แข็งแรง จะทำให้เด็กมีอารมณ์ดี เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ลูกของเรากลายเป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต่อไป