ทำไมพ่อแม่จึงต้อง “ฝึกวินัยให้ลูก” เพราะวินัยเป็นพื้นฐานของการทำอะไรได้สำเร็จ แต่วินัยสร้างไม่ได้ชั่วข้ามคืน ต้องฝึกฝน ทำซ้ำๆ จนเป็นนิสัย โดยการสร้างวินัยหรือการปลูกฝังนิสัยดีอื่นๆ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง โดยเฉพาะการปลูกฝังวินัย ต้องทำซ้ำๆ เพื่อให้สมองจดจำและสั่งการทำในสิ่งที่ต้องทำแม้ไม่อยากทำ และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แม้จะอยากทำ ถ้าไม่ฝึกฝนวินัยให้แก่ลูก ทำซ้ำๆ จนเซลล์สมองสร้างเครือข่ายได้หนาแน่น เมื่อถึงเวลาสมองจัดระเบียบตอนลูก 10 ขวบ สมองส่วนนี้ก็จะถูกตัดทิ้งไป ถ้ารู้ตัวช้ากลับใจมาสร้างหรือปลูกฝังหลัง 10 ขวบไปแล้ว จะกลายเป็นงานหินเลยหละ 

เล่นกับลูก
การเล่นกับลูกอย่างเป็นเวลา ก็เป็นการฝึกวินัยอย่างหนึ่ง

วินัยเป็นพื้นฐานการทำอะไรได้สำเร็จ เพราะ…

  1. คนมีวินัย คือ คนที่ควบคุมตัวเองได้จากภายใน รู้ว่าตอนไหนควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร แม้จะอยากทำหรือไม่อยากทำ เพราะรู้และเข้าใจเหตุผล
  2. เมื่อควบคุมตัวเองได้ จึงมีความรับผิดชอบทำหน้าที่ของตัวเองได้สำเร็จลุล่วง แม้จะไม่อยากทำ หรือเป็นเรื่องไม่สนุก เช่น ทำการบ้าน เรียนหนังสือ งานบ้าน เป็นต้น

เมื่อความรับผิดชอบสำเร็จไปเรื่อยๆ จะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง และมั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถทำอะไรให้สำเร็จได้ เป็นแรงผลักดันให้มีความพยายามทำอะไรให้สำเร็จอย่างที่หวังมากขึ้น

ฝึกวินัยลูก ฝึกอะไร เมื่อไหร่

วัยทารก เริ่มต้นจากค่อยๆ ให้เขาเรียนรู้กติกาและขอบเขตต่างๆ ผ่านการเล่นในบ้าน

วัยเตาะแตะ ฝึกเข้านอน-ตื่นนอนเป็นเวลา นั่งกินข้าวเองอยู่กับที่จนเสร็จ สวมเสื้อผ้าเอง ล้างมือก่อนและหลังกินอาหาร บอกปวดฉี่ปวดอึ ให้พาเข้าห้องน้ำได้

วัยอนุบาลจนถึงประถม ในวัยนี้ลูกจะรู้เรื่องมากขึ้น จึงค่อยๆ เพิ่มเรื่องความรับผิดชอบภายในบ้านและกฎของบ้านตามที่ลูกทำได้ เช่น ล้างจาน เก็บโต๊ะอาหาร ให้อาหารสุนัข มีกฎไม่ดูทีวีหลัง 2 ทุ่ม ไม่เล่นของเล่นหรือเกมระหว่างกินข้าว อ่านการ์ตูนหรือเล่นเกมได้เฉพาะวันหยุด ฯลฯ

สอนเด็กอ่านหนังสือ
เริ่มสอนเด็กอ่านหนังสือให้เป็นเวลา

5 เคล็ดลับ บรรลุวิชาฝึกวินัยให้ลูกจอมซน

  1. ใกล้ชิดกับลูกมากพอ มีความสัมพันธ์ที่ดี พูดง่ายๆ ว่าถูกคอกัน พอจะบอกจะพูดให้ทำอะไรก็ร่วมมือกันง่าย
  2. อดทน อดทน และอดทน นิสัยดีไม่เกิดในชั่วข้ามคืน หรือการเตือนให้ทำเพียง 5-10 ครั้ง
  3. ตกลงกันให้ชัดเจนก่อน บ้านเราจะมีวินัยเรื่องอะไรแบบไหน ครอบครัวจะได้มีมาตรฐานเดียวกัน พ่อว่าอย่างไรแม่ว่าอย่างนั้น ลูกก็จะทำตาม อย่าทำให้ลูกสับสนเมื่อพ่อให้ทำ แต่แม่ไม่ให้ทำ            
  4. เสริมกำลังใจเมื่อลูกทำได้ จับถูกดีกว่าจับผิด หมั่นมองเห็นสิ่งที่ลูกทำแม้เพียงเล็กน้อย แต่เห็นแล้วพ่อกับแม่รู้สึกชื่นใจ สบายอกสบายใจ จะกอดหอม หรือชมก็ตามสบาย
  5. ใช้คำพูดให้น้อยและสั้นเท่าที่จะทำได้ เพราะพูดยาวๆ ลูกก็จับความไม่ถูก แต่ส่วนใหญ่ใจความแล้วสิ่งที่พ่อแม่ทำแล้วจะชัดเจนคือท่าทีรับฟังประมาณว่า ไม่ว่าลูกจะอิดออดอย่างไร พ่อแม่ยินดีรับฟังและเข้าใจแต่ลูกก็ยังต้องทำหน้าที่รับผิดชอบของตัวอยู่นะ ถ้าจำเป็นต้องพูดระหว่างนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ชัดเจน เอาจริง ที่มาจากอารมณ์สงบนิ่ง
  • ปล่อยผ่านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ด้วยเหตุผลว่าลูกยังเล็ก ยังไม่เข้าใจอะไรหรอก เพียงย้ำขอบเขตที่เขาควรทำอย่างสั้นๆ ด้วยความสงบ และเข้าใจว่าลูกยังอยู่ในระหว่างฝึกนะ ที่สุดแล้วลูกก็สามารถจะเรียนรู้ได้ว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำในเวลาไหนได้
  • ทำบ้างไม่ทำบ้างไม่สม่ำเสมอ ลูกจะสับสน ไม่เป็นผลดีกับการฝึกวินัย

เปรียบเทียบกับคนอื่น การฝึกวินัยไม่ใช่ว่าวิธีเดียวกันจะใช้ได้กับเด็กทุกคน ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมกับลูกเราด้วย ลองผิดลองถูกกันไป กติกานี้ไม่เวิร์คกับลูกเราและบ้านเราก็ปรับเปลี่ยน หาสไตล์ที่ใช่ที่เหมาะกับครอบครัวเรามาใช้จะส่งผลดีต่อลูกนั่นเอง

เด็กแรกเกิด – 3 ขวบจะเรียนรู้จากการเลียนแบบ ทั้งพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีจากคนใกล้ชิด อยากให้ลูกมีวินัยหรือนิสัยที่ดี พ่อแม่คือคนใกล้ชิดอันดับต้นๆ ที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เขาได้ตลอด โดยธรรมชาติแล้วเด็กแล้วไม่ชอบถูกบังคับ แต่เขาก็ไม่ชอบอิสระแบบไม่มีขอบเขต เพราะเขาไม่รู้จะหยุดตัวเองอย่างไร การช่วยให้เด็กได้มีอิสระในขอบเขต ทำให้เขาควบคุมตัวเองได้ คือการช่วยฝึกวินัยให้เขารู้ว่าเขาทำอะไรได้แค่ไหน ในเวลาไหน ฝึกวินัยไม่ง่าย แต่เมื่อทำได้เด็กๆ จะภาคภูมิใจในตัวเอง