เด็กเล็กๆ เขายังไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่ถ้าเราบอกผลของการกระทำ ถ้าอดทน รอคอย จะเกิดผลอะไร เมื่อทำผิดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขาหาวิธีแก้ไขได้ โดยหาสาเหตุความผิดพลาด ไม่ใช่หาคนทำผิด การใช้ชีวิตประจำวัน อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ พ่อแม่มักเข้าใจว่า เด็กจะรู้ได้เองเมื่อลูกโตขึ้น และมักจะดุลูกว่า ‘โตแล้วทำไมไม่รู้’ แต่ความจริงคือ เรื่องมารยาท สิ่งควรทำไม่ควรทำในชีวิตประจำวันนั้นถ้าหากเราไม่สอน ไม่ฝึก ไม่เน้น เด็กจะไม่สามารถรู้ได้เลย เพราะสมองของพวกเขาไม่เคยเรียนรู้จดจำ หรือเราสอนเพียงเล็กๆ น้อยๆ แล้วคิดหวังว่า เด็กจะรู้ไปจนชั่วชีวิตก็ไม่ถูก และเป็นไปไม่ได้

เรื่องสำคัญ สมองต้องฝึกคิดแต่เล็กแต่น้อย

1. อดทน และรอคอย

เมื่อพาลูกไปกินอาหารนอกบ้าน พวกเขาจะวิ่งรอบโต๊ะ เอาช้อนเคาะโต๊ะ เคาะแก้ว หรืออยู่ไม่นิ่งเลย สิ่งเหล่านี้มักเป็นปัญหากับทุกครอบครัวที่ลูกน้อยของท่านมักไม่อยู่นิ่ง และมีอาการหงุดหงิดเมื่อเราบังคับพวกเขา

ฝึกอย่างไรดี? แสดงให้ลูกเห็นว่าถ้าลูกรอได้ จะเกิดผลอะไร เช่น ได้อาหารที่เขาชอบมากขึ้น การได้รู้ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้เขาชั่งใจว่าเขาควรจะทำหรือไม่ หรือในระหว่างที่รอก็มอบหน้าที่จะทำให้รู้ว่าเขาควรจะทำอะไร เช่น ช่วยแจกช้อน เช็ดจาน หยิบกระดาษทิชชูหรือเทน้ำให้คนบนโต๊ะ เป็นต้น

การฝึกสมาธิเด็ก
การฝึกสมาธิให้เด็ก จะทำให้เด็กมีความอดทน และสามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้ดี

2. ความผิดพลาด มีไว้ให้แก้ไข ไม่ใช่หาคนผิด

เป็นธรรมดาที่ใครก็เคยทำผิด ลูกๆ ของคุณก็เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติใครๆ ก็สามารถทำผิดพลาดได้ ซึ่งเรายังทำอะไรได้ดีกว่าการดุ หรือทำโทษ ที่จะทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาดเหล่านั้น

ฝึกอย่างไรดี? เมื่อลูกทำอะไรผิด ไม่ต้องดุว่าให้เป็นเรื่องใหญ่ เพียงแค่คุณส่งเสียงเตือนเบาๆ เนื่องจากการทำผิดมักนำมาซึ่งวิธีการแก้ไขที่จะทำให้ครั้งต่อๆ ไปไม่ผิดพลาดอีก พ่อแม่ช่วยบอกสาเหตุที่เกิดความผิดพลาดได้ แต่อย่าเพิ่งรีบบอกวิธีแก้ไข ลองลูกของคุณได้คิดเองว่าถ้าเกิดปัญหาอย่างจะแก้ไขอย่างไรดี ถ้าลูกคิดไม่ออก ลองเสนอทางเลือกให้เขา หลังจากนั้นก็ให้เขาคิดเอง

“ทุกวันนี้ เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือเกิดปัญหา เราจะหาคนผิด แต่ไม่ช่วยกันหาว่าจะแก้ไขความผิดพลาดหรือปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร จึงต้องสอนเด็กให้รู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดให้แก้ที่ปัญหา ไม่ใช่หาคนผิดก่อน

จากประสบการณ์ของผู้เขียนเคยได้พูดคุยกับผู้ต้องขังหลายคน สิ่งที่น่ากลัวคือเขาไม่เคยรู้สึกผิดกับสิ่งที่กระทำลงไป เพราะวิธีคิดและพฤติกรรมที่ถูกปลูกฝังมาจากผู้ใหญ่ตั้งแต่วัยเด็ก คือการไม่ยอมรับผิดเพราะกลัวเสียหน้า
กลัวกับการขอโทษ จนติดเป็นนิสัยและฝังลงไปในจิตใต้สำนึกว่าฉันไม่เคยผิด

“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของสังคมไทยคือการที่ผู้ใหญ่ไม่กล้ายอมรับผิดให้เห็นเป็นตัวอย่าง แล้วพอเด็กทำบ้างก็จะโทษเด็กว่าไม่รักดี”

จินตนาการของเด็ก
เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และปล่อยให้พวกเขาได้จินตนาการ

กิจกรรมบริหารสมองส่วนบริหารขั้นสูงในเด็กนั้นไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่คุณเริ่มจากที่บ้านของพวกเรา เพียงดูว่าที่บ้านเราชอบทำอะไร คนในบ้านถนัดอะไร ก็ทำอย่างนั้น ยกตัวอย่างเช่น ชอบทำอาหาร ก็ชวนกันเข้าครัว ชอบต้นไม้ ก็ไปปลูกต้นไม้ ไปเล่นดิน ทราย น้ำ ชอบทำงานบ้าน ก็ทำงานบ้านด้วยกัน ชอบทำงานฝีมือ ก็ช่วยกันเลือกวัสดุ อุปกรณ์ไปสร้างสิ่งต่างๆ ชอบเล่นกีฬา ก็เล่นด้วยกัน ชอบดนตรี ก็ร่วมกันฟัง ร้อง เล่น ดูการแสดงต่างๆ ด้วยกัน