เลี้ยงลูกด้วยรัก และไม่ตามใจ ฟังดูแล้วเราในฐานะพ่อแม่คิดว่าจะทำกันได้ไหมคะ ยิ่งลูกกำลังอยู่ในวัยกำลังช่างพูด ช่างคุยแบบนี้ ลูกอยากได้อะไรก็จะหามาให้ ถ้ารักอย่างเดียว แล้วบอกว่าไม่ตามใจเลยก็คงจะเป็นไปได้ยากมาก วันนี้เรามีคำแนะนำในการเลี้ยงลูกด้วยความรัก แบบที่ไม่ต้องตามใจลูกทุกอย่างจนเสียเด็ก มาฝากค่ะ

เชื่อว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ถ้าบอกว่าให้ เลี้ยงลูกด้วยรัก และไม่ตามใจ คงเป็นไปได้ยาก เพราะปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้จากการที่เด็กมีอุปกรณ์ของใช้ที่บางอย่างไม่น่าจะเหมาะกับช่วงวัยของเขา เช่น เด็กประถมต้นก็มีมือถือใช้กันแล้ว มีเกม มีของใช้ ของเล่นราคาแพงเกินวัยเด็กเล็ก เป็นต้น แต่คุณต้องเลี้ยงลูกด้วยรัก และไม่ตามใจ

ซึ่งก็เชื่อว่าที่พ่อแม่ให้ลูกทุกอย่างแบบนี้ล้วนเกิดจากความรักที่อยากจะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก จนบางครั้งอาจไม่รู้ตัวว่าการหยิบยื่นสิ่งของบางอย่างให้ลูกมากไป หรือเกินวัยของลูกนั้น เป็นการตามใจลูกไปแบบไม่ทันได้รู้ตัวและเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีแนวทางในการเลี้ยงลูกด้วยความรัก แต่ไม่ตามใจลูกจนมากเกินพอดี ทีมงานได้รับอนุญาตจาก ทพญ.จีรภา ประพาศพงษ์ จากเพจหมอภาซึ่งคุณหมอได้พูดถึง กฎ 9 ข้อ เลี้ยงลูกด้วยรัก และไม่ตามใจ เป็นการเลี้ยงลูกที่ถูกวิธีเพื่อไม่ให้ลูกเอาแต่ใจตัวเองค่ะ

1. ออกคำสั่งเฉพาะเวลาที่จำเป็น

(จริงๆ แทบไม่จำเป็นต้องสั่ง แอบกระซิบว่าให้พ่อแม่เน้น “ให้ทางเลือก” นอกจากเด็กจะได้ฝึกคิดวิเคราะห์แล้วเค้ายังรู้สึกว่า เขามีอำนาจในตัวเองที่จะเลือกธรรมชาติมนุษย์ ไม่ชอบการบังคับนะคะ จำให้ขึ้นใจ

2. อย่าออกคำสั่ง

ที่เราไม่สามารถบังคับให้เด็กทำตามได้ เช่น รีบกินนะ ไม่งั้นแม่จะทิ้งไว้ที่นี่ ถ้างอแงแบบนี้ จะให้คนมาจับตัวไปเลย

3. ควรบอกเด็กว่าอยากให้ทำอะไรมากกว่า

การบ่นว่า พฤติกรรมไม่ดีซ้ำๆ เรากำลังไฮไลต์สิ่งแย่ๆ แทนการแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นพ่อแม่ติดปีก ไฮไลต์สิ่งดีๆ ของลูก ให้เด่นขึ้น นะคะ

5. ใช้ประโยคอธิบายความรู้สึกของเรา

โดยไม่โจมตีที่ตัวเด็กข้อ 3-5 ถ้าเป็นคุณแม่ ++ เราจะทำได้อย่างอัตโนมัติค่ะ แม่อยากให้ลูก พูดดีๆค่ะ แม่ฟังไม่เข้าใจ ถ้าร้องไปด้วยพูดไปด้วย แม่เสียใจ ที่ลูกทำแบบนี้กับแม่ แทนการบอกว่าแย่มาก งอแง โวยวาย งี่เง่า ฟังไม่รู้เรื่อง !! นิสัยไม่ดี อย่าทำแบบนี้อีกนะ การพูดแบบที่ 2 เป็นการโจมตีไปที่ (( ตัวเด็ก )) นอกจากเด็กจะรู้สึกแย่แล้ว ยังไม่มีข้อความไหน บอกว่าเราต้องการให้เด็กทำอะไร แน่นอน ไม่มีประโยชน์และไม่เกิดการพัฒนา

6. ขอบคุณเด็กล่วงหน้า

ขอบคุณนะคะ ที่ลูกทานข้าวแล้วจะเก็บจาน ขอบคุณนะคะ ที่ลูกจะเตรียมพร้อม โดยไม่ต้องให้ใครรอมนุษย์จะพัฒนาไปตามสิ่งที่คนอื่นคาดหวัง ในตัวเค้า !! จริงๆ ข้อนี้สอดคล้องทั้งกฎแรงดึงดูด กฎแห่งความคาดหมาย เลยค่ะ เพราะฉะนั้น อะไรที่เป็นกฎธรรมชาติ ใช้ได้กับทุกคน !!

7. ในช่วงบรรยากาศดี

เราและลูกอารมณ์ดี พยายามพูดคุย ถามความรู้สึกเค้า บอกกล่าวถึงสิ่งที่เราชอบ เราต้องการ ต่อ ((พฤติกรรม)) ในอนาคตของเขา

8. พยายามแยกตัว

หรือ เปลี่ยนสถานที่แสดงพฤติกรรมมากกว่า การหยุดพฤติกรรม !!

9. เวลาที่เด็กทำอะไรดี

ทำสิ่งที่ถูกต้องให้แสดงความชื่นชม เวลาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่าใช้อารมณ์โจมตีตัวเด็ก ให้ตอบสนองสิ่งที่เราอยากให้เด็กพัฒนา และให้เด็ก เรียนรู้ผลจากการกระทำของตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีสำคัญและได้ผลมากๆ เพราะลูกได้เรียนรู้ผลของการกระทำด้วยตนเอง !! ลูกจะปรับพฤติกรรมตัวเองได้โดยไม่ต้องทะเลาะกัน เรากำลังก่อร่างสร้างคำว่า “รับผิดชอบ” ให้กับลูกเป็นการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวลูกเอง จากภายในเลี้ยงลูกจากภายใน ให้ผลยั่งยืน

หากพ่อแม่ตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่เอาแต่ใจตัวเอง สิ่งสำคัญต้องเริ่มมาจากตัวของพ่อแม่ก่อนว่ามีวิธีในการเลี้ยงลูกอย่างถูกต้อง ถูกทางหรือไม่ อย่าลืมค่ะว่าการรักลูกเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องรักแบบพอดี ไม่ใช่การตามใจไปซะทุกเรื่องนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัว …ด้วยความห่วงใยและใส่ใจ