สาวๆ หลายคนคงจะเคยเป็นกันในช่วงที่มีผู้ชายเข้ามาในชีวิตเรา แต่ก็เดาไม่ออกซักทีว่าเขามาแบบไหนกันแน่ จะเป็นแค่เพื่อน หรือจะมากกว่าเพื่อนก็ไม่กล้าเดาใจไปเอง เพราะกลัวจะพลาดพลั้งพาเสียเชิงไป แถมผู้ชายบางคนก็ปากแข็งมาทีเล่นทีจริงไม่กล้าเอ่ยปากว่ามาไม้ไหนกับเรากันแน่ ทั้งที่ความจริงแล้ว “ภาษากาย” ของผู้ชายเขานั้นบอกคุณไว้แล้วล่ะ อยู่ที่คุณรู้หรือเปล่าเท่านั้นเอง! นี้คือ 9 สัญญาณที่จะบอกว่าเขา “ตกหลุมรัก” คุณเข้าแล้ว อาทิ การสบตา การอยู่ใกล้ ได้เห็นมุมที่คนอื่นไม่เห็น ซึ่งแต่ละประเด็นมีอะไรบ้าง มาดูกัน ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถอ่านใจหรือความคิดของเขาได้ แต่เชื่อว่า 9 สัญญาณ ต่อไปนี้จะช่วยคุณได้มากทีเดียว สำหรับคนที่อยากรู้ว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังตกหลุมรักคุณอยู่หรือไม่ ผ่านการกระทำที่พวกเขาแสดงออกมา จะได้ไม่ต้องมโนไปเองให้ปวดหัวกันอีกต่อไป


1. ยิ่งอยู่ยิ่งใกล้กันมากขึ้น 

หากคุณสังเกตว่ามีคนหน้าเดิม ๆ อยู่รอบตัวคุณเสมอ โดยคนคนนั้นไม่ได้เป็นทั้งคนสนิทและคนในครอบครัว ส่วนในกรณีที่เป็นเพื่อนกันก็มักจะเป็นคนที่คุณเจอหน้าบ่อยที่สุด แม้ไม่มีธุระอะไรที่ต้องทำร่วมกันเลยสักอย่าง แถมยังโดนคนใกล้ตัวแซวอยู่บ่อย ๆ มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวว่าเขากำลังสนใจในตัวคุณ ถ้าคุณก็รู้สึกแบบเดียวกันก็ควรส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ตัวบ้าง โดยการส่งยิ้มหรือทักทายเล็กน้อยเวลาที่เจอหน้ากัน

การกอด
การกอดคือการแสดงความรัก และความผูกพัน

2. บังเอิญสบตากันบ่อยครั้งและเนิ่นนาน

ถึงแม้มันอาจจะใช่สิ่งที่นำมาฟันธงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยหากอีกฝ่ายหันมาสบตาคุณบ่อยๆ หรือมองตาคุณเนิ่นนานไม่วางตาในระหว่างที่พูดคุยกัน ก็มีความเป็นไปสูงว่าเขากำลังชอบคุณ หรือสนใจในตัวคุณพอสมควร และคุณก็ควรทำแบบเดียวกันนี้หากคุณเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่ทั้งนี้ก็ควรดูการกระทำอื่นควบคู่กันไปด้วย เพราะบางทีอาจจะเป็นบุคลิกประจำตัวอยู่แล้ว ในขณะที่บางคนก็เขินอายเกินกว่าจะมองตาคุณนานๆ ก็เลยทำให้ต้องหลบสายตาไปเลย ทั้งที่อีกฝ่ายก็ชอบคุณเช่นเดียวกัน

3. จ้องตามองด้วยสายตาอบอุ่น 

ระหว่างพูดคุยกับอีกฝ่ายให้คุณจ้องตามองเขาคนนั้นไว้ ให้รู้ว่าเราสนใจเรื่องนั้นจริงๆ และเมื่อพูดจบก่อนจะละสายตาออก ก็ให้ละสายตาออกช้าๆ จะทำให้คู่สนทนารู้สึกดีกว่าเดิม แต่อย่าจ้องจนตาตาเขม็งให้กระพริมตาบ้าง และจะทำให้เขาให้รู้สึกถึงความเคารพอีกด้วย

คู่รัก อบอุ่น
คู่รักจ้องด้วยสายตาอบอุ่น

4. ส่งสัมผัสที่อ่อนโยนมาให้เป็นประจำ

หากรู้สึกเหมือนโดนแต๊ะอั๋งหรืออีกฝ่ายชอบแตะเนื้อต้องตัวคุณบ่อย ๆ และมักจะมาพร้อมกับสัมผัสที่อ่อนโยน ก็สามารถแปลความหมายได้ว่าเขากำลังบอกชอบคุณ ส่วนสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อทำให้คุณหันมาสนใจมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งถ้าหากคุณรู้สึกแบบเดียวกันก็ควรแสดงการกระทำที่ทำให้อีกฝ่ายเห็นด้วยว่าความหวังของเขากลายเป็นเรื่องจริงแล้ว

5. มักจะเลิกคิ้วขึ้นจนคิดว่าเป็นนิสัย

ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นคนขี้อาย ชอบหลบตาหลบตาเวลาอยู่ด้วยกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขารังเกียจหรือไม่อยากจะผูกมิตรกับคุณหรอกนะ ถ้าหากบังเอิญเห็นว่าอีกฝ่ายทำตาโตและเลิกคิ้วขึ้นในระหว่างที่พูดคุยกัน เพราะการกระทำนี้กำลังบอกให้คุณรู้ตัวว่าอีกฝ่ายแอบมีใจให้ เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะบอกกับคุณตรงๆ เท่านั้นเอง

6. ป้วนเปี้ยวอยู่รอบตัวไม่ห่าง
เนื่องจากมนุษย์ก็ไม่ต่างจากสัตว์ สัตว์นั้นจะมีการพองขน และคอยป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆตัวเมียเพื่อให้สนใจ เช่นเดียวกันกับมนุษย์ หากคุณผู้ชายวนเวียนไม่ห่าง ทำตัวให้น่าสนใจอยู่รอบๆคุณทุกวันๆ ก็เป็นสัญญาณสำคัญอย่างหนึ่งเลยล่ะ

ความรัก
เขาชอบมาร่วมกิจกรรมใกล้ๆ คุณบ่อยครั้ง เป็นสัญญาณว่าเขาชอบคุณแน่นอน

7. เอียงคอและตั้งใจฟังเหมือนเด็กขี้สงสัย

ส่วนคนที่เอียงคอเข้าหาคุณบ่อยๆ เวลาที่พูดคุยกัน ก็เป็นคนอีกหนึ่งประเภทที่มั่นใจได้เลยว่า เขากำลังตกหลุมรักคุณและกำลังหาทางทำความรู้จักคุณให้มากขึ้น โดยการตั้งใจฟังสิ่งที่คุณกำลังเล่ามากกว่าใคร โดยเฉพาะเวลาเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ทั้งนี้หลังจากที่เล่าเรื่องของตัวเองจบแล้ว ก็ควรให้ตั้งใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดด้วยเช่นเดียว ไม่ว่าคุณจะชอบอีกฝ่ายหรือไม่ก็ตาม

เขินอาย
เขาแสร้งทำเป็นว่าไม่สนใจ เนื่องจากเขินอาย

8. หลบหน้าหลบตากันเสมอเมื่ออยู่ใกล้

ในขณะที่บางคนส่งสัญญาณด้วยการสบตา ก็มีคนไม่น้อยเลยที่เลือกหลบตาเมื่ออยู่ใกล้ ๆ กับคนที่ตัวเองชอบ เพราะรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะมองหน้าอีกฝ่ายตรง ๆ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำตัวให้เป็นปกติ ดังนั้นหากคนที่คุณรู้สึกว่าเขามีอะไรแปลก ๆ มักจะเป็นคนที่เจอหน้าบ่อย แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบหลบตา พร้อมกับทำท่าทางแปลก ๆ คุณก็ควรทำตัวเป็นมิตรเอาไว้ เนื่องจากตอนนี้มีคนตกหลุมรักคุณอีกคนแล้ว

9. ยิ่งรู้จัก เขาก็ยิ่งเปิดใจคุยมากขึ้น
ถ้าเขาชอบคุณ เขาจะพยายามแสดงออกและเปิดใจมากขึ้น สายตาของเขาจะอ่อนโยนและตั้งใจคุยกับคุณจริงๆ และถ้าหากเขาตื่นเต้น เขาจะหน้าแดง แต่ก็จะพยายามคุยกับคุณต่อไป อีกทั้งเขายังจะยอมเปิดใจคุยเรื่องส่วนตัวกับคุณมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย ถ้าหากเขาสามารถพูดเรื่องน่าอายกับคุณได้ยิ่งมั่นใจได้เลยว่าเขารู้สึกดีกับเราแล้ว

ความรัก
รู้สึกดี และมีความสัมพันธ์ร่วมกันมากขึ้น

หากถึงเวลานัดเดทครั้งต่อไป ก็ลองสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายดูนะคะว่าพวกเขาส่งสัญญาณอะไรมาถึงคุณหรือไม่ เพราะเชื่อว่ามันน่าเป็นวิธีอ่านใจที่น่าจะตรงกับความรู้สึกของอีกฝ่าย ดีกว่าเดาสุ่มความรู้สึกเอาเองเยอะเลยทีเดียว เชื่อว่าสาวๆ นำ 9 สัญญาณนี้ไปใช้แล้วจะเห็นอะไรในตัวเขาเพิ่มขึ้นค่ะ เชื่อว่าทุกท่านคงจะได้เกล็ดความรู้ทางด้านภาษากายเอาไปใช้กันนะคะ