ทฤษฎีแรงจูงใจเบื้องต้น กับแรงจูงใจระดับสูงเป็นสิ่งที่มาสโลว์ได้อธิบายลำดับของแรงจูงใจเพิ่มขึ้นตามลำดับจากทฤษฎีแรงจูงใจ 5 ขั้น โดยเขาได้แบ่งแรงจูงใจของมนุษย์ออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ นั่นก็คือ แรงจูงใจเบื้องต้น (deficit motive) และแรงจูงใจระดับสูง (growth motive) ซึ่งมีผลต่อการกระตุ้นพฤติกรรม และจิตใจของคนส่วนใหญ่ดังนี้

1. แรงจูงใจเบื้องต้น (Deficit motive or Deficiency motive)

แรงจูงใจเบื้องต้นเป็นแรงจูงใจที่อยู่ในลำดับต่ำซึ่งเกี่ยวข้องกับสรีรภาพและความต้องการพื้นฐาน เช่น ความอยู่รอด และความปลอดภัย จุดมุ่งหมายของแรงจูงใจชนิดนี้ก็คือ การขจัดไม่ให้ร่างกายของมนุษยฺเกิดความตึงเครียดจากสภาพการขาดแคลน เช่น ความหิว ความกระหาย ความหนาว ความรู้สึกไม่ปลอดภัย ในสภาพการณ์นี้แรงจูงใจเบื้องต้นจะทำให้เกิดแรงขับพฤติกรรม ลักษณะของแรงจูงใจเบื้องต้นทำให้เกิดแรงจูงใจเบื้องต้น 5 ประการดังนี้

1.1 การขาดแรงจูงใจเบื้องต้นทำให้บุคคลเกิดความเจ็บป่วยไม่สบาย ตัวอย่างเช่น ความหิว ถ้ามนุษย์ไม่ได้รับประทานอาหาร เขาก็จะเกิดความเจ็บป่วย
1.2 การเกิดขึ้นของแรงจูงใจเบื้องต้นจะป้องกันมิให้เกิดความเจ็บป่วย เช่น เมื่อหิวถ้าเรารับประทานอาหารอย่างเหมาะสมเราก็จะไม่เกิดความเจ็บป่วย
1.3 แรงจูงใจเบื้องต้นจะซ่อมแซมและรักษาความเจ็บป่วย หมายความว่าไม่มีสิ่งใดๆ ที่จะรักษาความอดอยากได้เหมือนอาหาร
1.4 ภายใต้ความซับซ้อนของสภาพการณ์ที่ให้บุคคลเลือกได้โดยอิสระแรงจูงใจเบื้องต้นจะได้รับการเลือกจากบุคคลที่ขาดแคลนมากกว่าคนที่ได้รับความพึงพอใจแล้ว เช่น คนที่อดอยากย่อมเลือกอาหารมากกว่าเรื่องเพศ
1.5 คนที่มีสุขภาพดีพฤติกรรมของเขาจะไม่ถูกควบคุมโดยแรงจูงใจเบื้องต้นทั้งนี้ เพราะคนที่มีสุขภาพดีก็เนื่องจากมีโอกาสที่จะได้รับสิ่งที่ต้องการอย่างพอเพียง ดังนั้นพฤติกรรมของเขาก็จะไม่ถูกควบคุมโดยการแสวงหาอาหาร เป็นต้น

2. แรงจูงใจระดับสูง (Growth motive)

แรงจูงใจระดับสูงนี้จะตรงข้ามกับแรงจูงใจเบื้องต้น เพราะเป้าหมายของแรงจูงใจชนิดนี้เป็นเป้าหมายระยะไกลซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพของบุคคล จุดประสงค์ของแรงจูงใจระดับสูงนั้นก็คือการปรับปรุงความเป็นอยู่โดยการเพิ่มพูนประสบการณ์ ซึ่งไม่เหมือนกับแรงจูงใจเบื้องต้นเพราะแรงจูงใจเบื้องต้นเกิดขึ้นเพื่อลดหรือเพิ่มความตึงเครียด โดยหลังที่แรงจูงใจเบื้องต้น แรงจูงใจระดับสูงจะแสดงออกอย่างเด่นชัดภายหลังที่ แรงจูงใจเบื้องต้นได้รับความพึงพอใจแล้ว

หลังจากที่มาสโลว์ได้อธิบายถึงแรงจูงใจเบื้องต้นและแรงจูงใจระดับสูงแล้ว เขาได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องแรงจูงใจระดับสูง ซึ่งเป็นเสมือนสัญชาตญาณหรือเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เช่นเดียวกับแรง จูงใจเบื้องต้น และแรงจูงใจระดับสูง ถ้าบุคคลได้รับการตอบสนองจนเกิดความพึงพอใจแล้ว ก็จะรักษาสภาพและพัฒนาให้เกิดสุขภาพจิตที่ดี หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่าบุคคลอาจเกิดความเจ็บป่วยทางจิต (psychologically sick) เป็นความเจ็บป่วยที่เป็นผลมาจากความล้มเหลวในการบรรลุถึงความสมบูรณ์ หรือความเจริญก้าวหน้ามาสโลว์เรียกความเจ็บป่วยนี้ว่า “metapathologies” ซึ่งเป็นสภาพของจิตใจที่มีอาการเฉยเมย (apathy) มีความผิดปกติทางจิต (alienation) เศร้าซึม (depress) เป็นต้น ความคับข้องใจ ของแรงจูงใจระดับสูงและความเจ็บป่วยทางจิตได้แสดงดังต่อไปนี้

2.1 แรงจูงใจระดับสูง ค่านิยมของแรงจูงใจระดับสูง – ความเจ็บป่วยทางจิต
2.2 ความซื่อสัตย์ – ความรู้สึกไม่ไว้วางใจ ความรู้สึกสงสัย
2.3 ความสวยงาม – จิตใจแข็งกระด้าง ไม่มีรสนิยม รู้สึกโดดเดี่ยว และเศร้าหมอง
2.4 ความเป็นเอกลักษณ์ – สูญเสียความรู้สึกที่มีต่อตัวเองและความเป็นเอกัตบุคคล
2.5 ความสมบูรณ์แบบ – สิ้นหวัง ขาดจุดหมายในการทำงาน มีความสับสน
2.6 ความยุติธรรม – มีความโกรธ ไม่เคารพกฎหมาย เห็นแก่ตัว
2.7 ความสนุกสนาน – เคร่งเครียด เศร้าซึม ขาดความมีชีวิตชีวา ไม่รื่นเริง
2.8 ความดีงาม – ความรู้สึกเกลียดชัง แสดงความรังเกียจ ไว้วางใจตนเอง
2.9 ความรู้สึกง่ายๆ ไม่ซับซ้อน – ความซับซ้อนมากเกินไปมีความสับสน งุนงง

จากตัวอย่างที่ได้แสดงมานี้คือการแสดงให้เห็นว่าความคับข้องใจของแรงจูงใจระดับสูงหากไม่ได้รับการตอบสนองแล้วจะทำให้เกิดความเจ็บป่วยทางจิต ซึ่งหากว่าคนนั้นไม่ได้รับการตอบรับที่ถูกต้องแล้ว จะทำให้เกิดผลเสียอย่างตรงกันข้ามที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว