มารดานั้นเป็นคำที่เรียกของผู้ให้กำเนิดมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อถึงเวลาเป็นแม่คนแล้วจะมีความรู้สึกต่อลูกอย่างไรนั้นเป็นคำถามที่หลายๆ คนสงสัย  ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าความรู้สึกของคนเป็นแม่นั้นแทบไม่แตกต่างกันเลย นั่นก็คือรักและห่วงใยลูกไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่ ไม่เคยหดหาย ผู้เป็นแม่สามารถทนความเจ็บปวดทุกข์ทรมานยามประคับประครองครรภ์ลูกน้อย ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของคนที่เป็นแม่นั้นเปลี่ยนแปลงไปได้เลย นับได้ว่าเป็นสัญชาตญาณที่สืบทอดกันมาในยีนค่ะ

สิ่งที่ชีวิตที่ปล่อยให้ลูกเกิดโดยไม่เลี้ยงลูกนั้นในอดีตนั้นมีหลายชนิด แต่อย่างไรก็ดีเป็นผลให้อัตราการตายของลูกสูงกว่าสัตว์ที่มีสัญชาตญานที่ต้องคอยฟูมฟักลูกน้อยของตน ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่มีพฤติกรรมรักลูกจะสืบเผ่าพันธุ์ได้ยาวนานกว่า ส่วนสัตว์ที่มีพันธุกรรม “ไม่รักลูก” ก็เลยไม่เกิดการสืบต่อของเผ่าพันธ์ จนเป็นผลให้ค่อยๆ สูญหายไป และสูญพันธ์ไปในที่สุด  ยกเว้นสิ่งที่ชีวิตที่สามารถเอาชีวิตรอดเองได้ตั้งแต่วัยเด็ก (หรืออาศัยปริมาณเข้าว่า ฟักไข่ทีนึงเป็นแสนๆ รอดเป็นตัวเต็มวัยไม่กี่พัน) สัตว์จำพวกนั้นไม่จำเป็นต้องมีพฤติกรรมรักลูก ก็สามารถสืบทอดเผ่าพันธุ์มาถึงปัจจุบันได้

รักลูก
แม่ทุกคนย่อมรักลูกของตัวเองตามสัญชาตญาณ

ปัจจุบันมีวัยรุ่นหลายๆ คนที่ไม่ต้องการจะมีลูกเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางสังคม และเศรษฐกิจทำให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองไม่พร้อม และเป็นภาระสำหรับยุคปัจจุบัน การมีลูกในยุคนี้นำมาซึ่งเป็นความยุ่งยาก ตึงเครียด และทำให้ชีวิตขาดความสุข แม้กระทั่งเศร้าซึมได้เลย ซึ่งในบางครั้งลูกก็อาจจะทำไม่ได้ดั่งใจคุณแม่หลายๆ ท่านได้  แต่การมีลูกนั้นสามารถนำความสุขมาให้ชีวิตของคุณแม่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ สำหรับคนที่ “อยากเป็นแม่” คนที่ “กำลังจะเป็นแม่” และคนที่เป็น “แม่” อยู่ขณะนี้ มักจะมีความ “คาดหวัง” ที่จะทำให้ความเป็นแม่ราบรื่น

ปัจจุบันมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสมองพัฒนามากขึ้น มีอารมณ์ที่ซับซ้อนขึ้นทั้งความรัก ความผูกพัน สิ่งนี้เป็นตัวที่ทำให้เราแตกต่างกับสิ่งที่มีชีวิตอื่นๆ คิดแค่ง่ายๆ ถ้าคุณเห็นเด็กคนหนึ่งตั้งแต่แบเบาะ และมีพัฒนาการ มีความน่ารัก ความประทับใจ มาตลอดจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งเด็กคนนั้น มีเค้าหน้าตา มีอุปนิสัยเหมือนๆ กับคุณ  ก็ส่งผลให้เกิดความรักลูกของคุณมากขึ้นเป็นพิเศษ  อีกทั้งคุณแม่ส่วนมากจะมีความรู้สึกที่ว่าคุณเป็นคนทำให้เขาเกิดขึ้นมา คุณต้องดูแลเขาให้อยู่รอดได้บนโลกใบนี้ โดยคุณแม่จะเห็นว่าคุณนั้นเป็นเด็กไปตลอดในสายตาของเขา เพราะในความทรงจําของพ่อแม่ยังคงมีตอนที่ลูกยังเล็กๆ ยังอ่อนแอ และยังพึ่งตนเองยังไม่ได้มาปรุงแต่งจิตเสมอ โดยส่วนตัวของผมคิดว่าเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็เป็นที่จําต้องคอยปกป้องคุ้มครองป้องกันอันตรายให้กับลูก ซึ่งเป็นโดยสัญชาตญาณของพ่อแม่ และยังรักและห่วงใยลูกเสมอ แม้ว่าลูกจะโตและแข็งแรงและสามารถดูแลตัวเองแล้ว

รักลูก
แม่ทุกคนย่อมมองลูกด้วยสายตาที่หวังดี และห่วงใยลูกตลอดเวลา

ผมอยากเชิญชวนให้ลูกๆ ที่ไม่เคยแสดงออกถึงความรักต่อท่าน ด้วยการแสดงออกถึงความรัก ความกตัญญูให้สมกับความรักที่แม่ได้มอบให้เรามาตลอดทั้งชีวิต แม้เพียงคำพูดว่า “รักแม่” หรือกราบเท้าท่าน หรือล้างเท้าให้ท่านแค่นี้ก็ดีใจอย่างสุดหัวใจของคนเป็นแม่แล้ว ความหวังของแม่ ไม่ต้องการให้ลูกต้องมาเลี้ยงดูแม่ตอนแก่ แม่หวังเพียงให้ลูกเป็นคนดี ช่วยตัวเอง ช่วยสังคม และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างเป็นสุข เมื่อวันที่ตาของแม่จะปิดลงขอให้แม่ได้แน่ใจว่าลูกมีความสุข ความมั่นคงในชีวิต สิ่งสำคัญก็คือลูกต้องตั้งใจเล่าเรียนศึกษา เพราะเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยลูกมีอนาคตที่ดีได้ เมื่อลูกเติบโตไปคุณแม่ทุกคนอยากให้ลูกเป็นคนดี มีจิตใจดี แค่นี้ก็ทำให้แม่มีความสุขแล้ว ความเหนื่อยของแม่จะหายไปหมดเพียงแม่รู้ว่าลูกมีความสุข และเป็นคนดี แม้ว่าลูกจะจากอ้อมอกของคุณแม่ไป ความรักของแม่จะติดตามลูกไปชั่วชีวิตนะคะ