เด็กวัยรุ่นคือเด็กที่มีช่วงอายุระกว่าง 10-15 ปี ซึ่งในวัยดังกล่าวนั้นเป็นช่วยที่เด็กมีทั้งร่างกายและจิตใจที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง และต้องการอิสรภาพเป็นของตนเอง เด็กจึงเชื่อฟังเราน้อยลง ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากขึ้น รวมทั้งมีการโต้เถียงมากกว่าเดิม แล้วพ่อแม่ที่เจอปัญหานี้จะทำอย่างไรเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นมารร้ายในสายตาลูกของท่าน มาดู 3 เทคนิคที่เราอยากแนะนำให้กับพ่อแม่ทั้งหลายกันค่ะ

1. ปรับใจ อย่าเป็นเจ้าของบทสนทนาเพียงผู้เดียว

สิ่งสำคัญในการเลี้ยงลูกวัยนี้คือ “ความเข้าใจ” พ่อแม่ต้องเข้าใจว่าลูกเริ่มโตแล้ว พวกเขาก็มักจะมีความคิดเป็นของตนเอง คุณควรฟังให้เป็นว่าเขาต้องการอะไร เริ่มจากการฟังลูกก่อน เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็น จากนั้นคุณค่อยบอกความต้องการของเรา ถ้าทั้งสองฝ่ายรับฟังกันปัญหาก็จะไม่เกิดอย่างแน่นอน ใช้ทักษะการพูดคุยเจรจาต่อรอง ที่สำคัญต้องคุยกันอย่างใจเย็น เปิดใจกันสักหน่อย อย่าใช้เหตุผลของตัวเองมากเกินไป ถึงแม้มีอะไรผิด หรือไม่ถูกใจ ก็ค่อยๆอธิบาย ไม่เช่นนั้น ลูกจะไม่อยากคุยกับคุณอีก         

2. สร้างกติการ่วมกัน

ตอนที่ลูกยังเป็นเด็กมักจะยอมทำตามกติกาที่พ่อแม่ตั้งให้ แต่สำหรับเด็กที่โตเป็นวัยรุ่นแล้วกติกาที่เขามีส่วนในการร่างจะทำให้ลูกยอมร่วมมือได้ดีกว่ากติกาที่พ่อแม่กำหนดฝ่ายเดียว ในข้อนี้คุณหมอณัทธรให้ความคิดเห็นไว้ว่า “เพราะว่าลูกกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น และวัยรุ่นก็กำลังเป็นผู้ใหญ่ มนุษย์ทุกคนเติบโตจากการพึ่งพิงไปสู่การเป็นอิสระ คนเราพอจะโตแล้วก็ต้องคิดตัดสินใจเองได้ คิดเองได้มากขึ้น เป็นการพัฒนาตามธรรมชาติ ธรรมชาติสั่งมาคิดเองเยอะๆ ทำอะไรเองเยอะๆ”

3. ให้อิสระตามสมควร

สิ่งที่แสดงออกมาอย่างเด่นชัดในวัยนี้อีกข้อหนึ่งคือ “ความต้องการอิสระ” พ่อแม่ควรเข้าใจและให้อิสระลูกตามสมควร เช่น การเลือกเสื้อผ้า ลูกอาจอยากแต่งตามสไตล์ของลูก ถ้าพ่อแม่รับไม่ไหวจริงๆ อาจจะเตือนว่าแม่ว่าชุดนี้ประหลาดไปนิดนะลูก แต่ก็ไม่ควรจะไปว่าอะไรนะ” แล้วปล่อยให้เขาได้ไปรู้เองว่าออกไปแล้วคนอื่นมองอย่างไร ควรปล่อยให้ลูกเรียนรู้เอง แต่จะให้อิสระเขาทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะเขายังกึ่งเด็กกึ่งผู้ใหญ่ บางทีก็ยังอาจจะตัดสินใจผิดๆ ได้อยู่ ดังนั้นพ่อแม่จึงจำเป็นช่วยดูแลควบคุม โดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญๆ ที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อตัวลูก เช่น ห้ามกลับบ้านผิดเวลา การแต่งตัววาบหวิวออกนอกบ้าน การไปเที่ยวในที่อันตราย เป็นต้น