ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยแล้วก็ตาม พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกของตนเป็นคนเก่ง และประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะในยุคนี้ที่สังคมได้นำการสอบแข่งขันคัดเลือกมาเป็นตัวชี้วัดความเก่งของเด็กแต่ละคน คนที่เป็นพ่อเป็นแม่จึงต้องพยายามหาทุกวิถีทางที่จะทำให้ลูกเก่งขึ้น มีความสามารถในการแข่งขันกับผู้อื่น ซึ่งถูกแล้วครับหากพ่อแม่อยากให้ลูกมีความสุข และประสบความสำเร็จก็ต้องสอนให้ลูกของคุณให้เป็นผู้ที่มี “ปัญญา” โดยปัญญาจะเกิดขึ้นสำหรับคนที่มีจิตสงบ ไม่วอกแวก  มีศีล มีธรรม มีความระมัดระวังในการทำ ในการพูด มีความอดทน มีความพากเพียรพยายาม

วิธีสอนลูก
คุณพ่อคุณแม่ควรหาข้อมูลต่างๆ ในการสอนลูกให้เป็นคนเก่ง และเป็นคนดี

ซึ่งหากจะเลี้ยงลูกให้เป็นผู้ที่มีปัญญานั้นสิ่งสำคัญต้องสอนให้ลูกของคุณมีสติ โดยพ่อแม่เองจำเป็นต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของลูกๆ ของคุณเสียก่อน ทั้งนี้สำหรับการเลี้ยงลูกนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังเด็กตั้งแต่แรกเกิดดังคำพูดที่ว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” วันนี้เรามีข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับวิธีเลี้ยงลูกให้เป็นผู้มีปัญญาไว้ 9 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ได้นำไปใช่ในการเลี้ยงดูลูกให้เป็นผู้มีปัญญา และพร้อมแก้ปัญหาและเผชิญกับโลกภายนอกได้ครับ

1. ควรเข้าใจความเป็นมนุษย์ พ่อแม่ควรทำความเข้าใจจิตใจของตนเองก่อน เนื่องความรู้สึกต่างๆ ที่มีในตัวท่าน ย่อมส่งผลกระทบต่อตัวลูกของท่าน จากนั้นจึงค่อยสอนลูกของคุณให้ทำตามตัวอย่างที่คุณได้แสดงออกไป

2. ความรักกับความกลัวนั้นมักมีเส้นบางๆ คั่นอยู่ บางครั้งความรักของพ่อแม่ก็มาพร้อมความกลัว ยกตัวอย่างเช่น กลัวว่าลูกจะไม่เก่ง กลัวว่าลูกจะลำบาก กลัวว่าลูกจะไม่ประสบความสำเร็จ ฯลฯ จนทำให้บังคับลูกให้ทำสิ่งต่างๆ มากมาย พ่อแม่คนใดใช้ความกลัวเลี้ยงลูก ลูกย่อมเติบโตเป็นทาสสังคมอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ในทางตรงกันข้ามพ่อแม่คนใดใช้ความรักเลี้ยงลูก ลูกย่อมเป็นตัวของตัวเอง และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น

3. อย่ารีบร้อนให้ลูกของท่านเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ เด็กปัจจุบันนั้นมีความฉลาดเกินวัย แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปเร่งลูกของคุณให้โตเป็นผู้ใหญ่ อย่าเอาสิ่งที่ท่านคิดว่าดีที่สุดยัดเยียดให้แก่ลูกของท่านเพียงอย่างเดียว ควรเปิดโอกาสให้ลูกของท่านเลือกทางเดือนโดยที่ท่านช่วยประคองให้ลูกของท่านเติบโต และมีชีวิตที่กว้างไกล

4. สอนให้ลูกของท่านสามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดี เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าการที่มนุษย์เราจะเข้าสังคมได้ สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกๆ คือการสื่อสารนั้นเอง ดังนั้นเราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก พร้อมกับสอนวิธีการสื่อสารที่ถูกต้อง คอยนำทางให้พวกเขาสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. นำประสบการณ์ของท่านมาสอนลูก เชื่อว่าทุกท่านมีประสบการณ์ที่ดีและร้าย จงถ่ายทอดและเล่าให้ลูกของท่านนำไปเป็นข้อคิด อาจจะเรียกได้ว่าการแชร์ประสบการณ์เก่าแก่ของคุณจะทำให้ลูกของคุณไม่ต้องก้าวในทางที่ผิด

6. พ่อแม่ที่พูดว่า “ไม่ต้องการอะไรจากลูก ขอแค่ให้ลูกมีความสุข” คือพ่อแม่ที่มีความต้องการยิ่งกว่าพ่อแม่ชนิดไหน ในบางครั้งท่านทำอะไรวุ่นวายอีกหลายอย่างเพื่อให้ลูกของท่านมีความสุข เนื่องจากท่านกลายเป็นพ่อแม่ขี้ขลาดที่ไม่ยอมรับว่า ความทุกข์คือส่วนหนึ่งของชีวิต ลองคิดใหม่สิว่าสำหรับความสุขของท่าน ลูกของท่านจำเป็นต้องมีความทุกข์ด้วยหรือไม่

7. ผู้มีสติปัญญาย่อมมีเส้นทางเป็นของตนเอง พ่อแม่คนใดต้องการให้ลูกมีสติปัญญา และเป็นตัวของตัวเอง จะต้องยอมรับด้วยว่า ลูกของท่านอาจจะต้องดื้อรั้นไม่เชื่อฟังท่านในทุกๆ เรื่อง ลองเปิดโอกาสให้เขาใช้ชีวิต และคอยเป็นเพียงที่ปรึกษาให้แก่ลูกของคุณ

8. ความดี ความสุข และความเก่ง อาจจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ลูกทุกคนได้รับ ท่านควรสอนทุกสิ่งให้แก่ลูกของคุณ แต่ก็ควรปล่อยโอกาสให้ลูกของท่านได้ตามความจริงด้วยตัวเองเถิด ลองยืนดูอยู่ห่างๆ แล้วส่งมอบกำลังใจให้เขา

9. ความรับผิดชอบที่แท้จริงของลูก จะเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้รับอิสรภาพในการใช้ชีวิตแล้ว เขาจะรับผิดชอบชีวิตของตนเองได้อย่างที่พ่อแม่หลายๆ ท่านคาดไม่ถึงนะครับ

การสอนลูก
การสอนลูกของท่านควรสอนตั้งแต่เด็กๆ เพราะพวกเขาจะคอยซึมซับตัวอย่าง และคำสอนของท่านมาตั้งแต่เป็นทารกเลย

จงจำไว้เสมอ!!! การเลี้ยงลูกคือสิ่งยิ่งใหญ่เพราะท่านต้องเผชิญความเสี่ยงในโลกที่ท่านไม่รู้จัก โดยที่ท่านไม่มีทางรู้ได้เลยว่าการเลี้ยงดูของท่านจะนำลูกของท่านไปสู่ทิศทางใด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก เด็กทุกคนสมควรได้โอกาสในการดำเนินชีวิตของตนเอง “อย่าตัดปีกลูกของท่านทิ้ง เพียงเพราะข้างนอกมีพายุ  จงปล่อยให้เขาโผบินสู่ใจกลางพายุด้วยหัวใจนักผจญภัย  ขณะที่ท่านต้องไม่ลืมเช่นกันว่า ตัวท่านเองยังต้องออกบิน   ลูกของท่านก็เช่นกัน ตัวท่านและเราทุกคนต่างมีชีวิตเป็นของตนเอง” และถึงที่สุดจงภูมิใจในความเป็นพ่อแม่ของท่าน  ไม่ว่าลูกของท่านจะเรียนเก่ง หรือเรียนไม่เอาไหน จะเป็นคนรวย หรือคนจน เป็นผู้ยิ่งใหญ่หรือเป็นคนธรรมดา สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คุณค่าของความเป็นพ่อแม่ของท่านลดลงหรือเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด